โฮ่ง...โฮ่ง...โฮ่ง...
เวลาตีหนึ่งครึ่งก่อนวันปล่อยผีฝรั่ง(ฮัลโลวีน)เพียงวันเดียว เจ้าตัวแสบเห่าดังลั่นไม่ยอมหยุด หันหน้าไปทางประตูหน้าบ้านด้วย ตีความภาษาหมาได้ประมาณว่า “มีผู้บุกรุก” จนต้องไปแหวกม่านประตูบานเลื่อนกระจกดูว่ามีใครแปลกปลอมน่าสงสัยมาด้อมๆมองๆอยู่แถวบ้านหรือไม่
เพ่งมองไปในความมืด ที่ร่องใกล้พื้นรั้วประตูเลื่อนเหล็กหน้าบ้านเห็นแสงไฟฉายขนาดเล็กเคลื่อนวาบผ่านตรงนั้นไป รู้สึกตกใจ..(ใครกัน มาทำลับๆล่อๆ)
มองอยู่ซักครู่ก็ได้เห็นเงาคนสองคนผุดลุกผุดนั่ง มีเสียงพูดคุยกันแทรกมาให้ได้ยินแต่จับใจความไม่ได้ เลยยืนจ้องอยู่พักหนึ่งแล้วสองคนนั่นก็ลุกขึ้นมองมาที่ผม แล้วพวกเขาก็เดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าตัวแสบยังคงเห่าไม่หยุด คว้าได้ไฟฉายแรงสูงก็เปิดประตูบานเลื่อนกระจกออกไป ถือกุญแจไปไขประตูหน้าบ้านโดยมีเจ้าตัวแสบวิ่งขนาบข้าง (ตอนนั้นรู้สึกอุ่นใจที่มีหมาอยู่ด้วย)
เป็นไงเป็นกัน เพราะหลายเดือนก่อนเพิ่งดูรายการสารคดีสืบสวนสอบสวนทางโทรทัศน์ พวกขโมยถอดมิเตอร์น้ำก็ชอบทำทีเป็นช่างประปาเที่ยวเดินส่องไฟดึกๆแบบนี้แหละ เผลอแป๊บเดียวอาจจะถอดมิเตอร์ไปแล้วก็ได้ พอเปิดประตูออกไปดู “มิเตอร์ยังอยู่” โล่งใจไปหนึ่งเปาะ หันมองตามสองคนนั่นไป ยังเห็นเดินปิดเปิดส่องไฟฉายดวงเล็กหน้าบ้านนู้นทีบ้านนี้ที การแต่งตัวมีสวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตสีส้มติดแถบสะท้อนแสงสีขาวกลางลำตัวด้วย
“แต่ยังไงพฤติกรรมก็ยังน่าสงสัยเหลือเกิน จะใช่พวกปลอมตัวเป็นช่างประปามาดูลาดเลาเตรียมขโมยมิเตอร์ประปาหรือเปล่านะ” คิดบ่นในใจว่าถ้าเป็นช่างประปาจริงๆแล้วมายามวิกาลแบบนี้ เขาไม่คิดบ้างหรือไงนะว่าจะทำให้ชาวบ้านจะรู้สึกกังวลใจ
คืนนั้นเลยได้นอนแบบไม่ค่อยหลับเท่าไหร่...
ตื่นเช้ามาก็ออกไปดูอีกรอบ เห็นรอยพ่นสเปรย์เป็นลูกศรสีแดงที่พื้นถนนจากด้านนอกชี้เข้ามาที่มิเตอร์ (มันต้องมีอะไรซักอย่างแน่ๆ แต่เริ่มสรุปได้แล้วว่าคงไม่ใช่ขโมยหรอก เพราะขโมยไม่น่าจะทิ้งร่องรอยอะไรไว้เด่นชัดให้เป็นที่น่าสงสัยขนาดนี้) คิดได้แล้วก็สบายใจขึ้น
เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว จนช่วงสายของอีกสองวันต่อมา...
“ติ๊ง..ง..ง..ง..ต่อง..ง..ง..ง”
“มาซ่อมท่อน้ำประปาที่รั่วนะครับ ไม่เกี่ยวกับมิเตอร์หรือท่อในบ้านคุณหรอกแต่จุดที่รั่วมันอยู่ติดกับมิเตอร์คุณ ตามหน้าที่แล้วต้องแจ้งให้เจ้าของมิเตอร์ทราบก่อน โดยปกติจะมีหน่วยฟังเสียงท่อน้ำรั่วเอาเครื่องมือออกมาฟังเสียงทุกคืน เหตุเพราะน้ำหายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ทุกเดือนจากบิลค่าน้ำปกติ ผู้อำนวยการเขตคนก่อนก็เลยโดนเล่นงานว่า น้ำหายไปไหน ทำไมไม่ตรวจหาจุดรั่ว หรือทำไมถึงตรวจหาไม่เจอ หรือเจอแล้วทำไมไม่ซ่อม ก็เลยต้องมีหน่วยออกมาตรวจยามดึกทุกคืน และทำการพ่นสเปรย์ทำเครื่องหมายลูกศรสีแดงไว้ให้หน่วยซ่อมได้รับทราบว่าตรงนี้ต้องทำการทุบพื้นถนนและขุดลงไปเพื่อทำการซ่อมท่อน้ำที่รั่ว มีเหมือนกันแหละที่ระบุตำแหน่งผิด ขุดลงไปแล้วไม่รั่ว แต่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวพอซ่อมเสร็จเราก็จะกลบให้พร้อมโบกปูนให้เรียบร้อยเหมือนเดิมเลย”
ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องออกมาด้อมๆมองๆให้เป็นที่น่าสงสัยตอนดึก เพราะตอนดึกมันคงเงียบสงัด การใช้เครื่องวัดซึ่งทำงานด้วยการจับเสียงการรั่วซึมของน้ำคงทำงานได้แม่นยำกว่าตอนกลางวันที่มีทั้งเสียงรถวิ่งและเสียงน้ำไหลจากการใช้น้ำตามปกติในชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย
ก็ปล่อยพวกเขางานทำไป เห็นมีช่าง ๕ คน รถปิ๊คอัพแบบมีหลังคาที่มีเครื่องมือเครื่องไม้พร้อมอยู่เต็มคันรถอีก ๑ คัน
ตุ๊บ..บ..บ..บ...
ตุ๊บ..บ..บ..บ…
ตุ๊บ..บ..บ..บ...
เสียงแห่งการทุบทำลายนี่ไม่เจริญหูเจริญใจเท่าไหร่เลย ถึงจะเป็นพื้นหน้าบ้านก็เถอะ ก็ยังอดกังวลใจไม่ได้
สักพัก ได้ยินเสียงหัวเราะระคนเสียงบ่นของช่างคุยแหย่กันไปบ้าง ทะเลาะกันไปบ้าง ก็เลยออกไปถามว่า “เป็นยังไงบ้างครับ” เขาตอบกลับมาว่า “ไม่รั่ว สงสัยหน่วยฟังเสียง ฟังผิด”
หนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งที่ดูเด็กที่สุดในนั้น หัวเราะดังกว่าเพื่อนแล้วพูดว่า “เครื่องมันปกติ ไม่มีปัญหาหรอก แต่คนนี่สิ ตอนเครื่องมาแรกๆก็ยังดีอยู่หรอกนะ แม่นเชียว แต่เดี๋ยวนี้สงสัยจะเริ่มเบลอแล้ว มีระบุตำแหน่งผิดทุกวัน” แล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะกันยกใหญ่
“เขาระบุตำแหน่งผิดบ่อยหรือครับ”
“ก็เฉลี่ยวันหนึ่งประมาณ ๓ รายได้” หัวหน้าช่างตอบมา (ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของบรรดาลูกมือ) เขาก็มีอารมณ์ขันกันดีนะ ถือว่ามันเป็นงานที่ต้องทำ จะถูกผิดอย่างไรก็ให้อภัยกันได้ ไม่มีอะไรเสียหาย ดีซะอีกได้เช็คให้แน่ใจหลังจากวางท่อมานานว่ามันมีรั่วมีผุพังอะไรบ้างหรือเปล่า มองเป็นเรื่องขำไป ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรต้องเครียด
ผมชะโงกดูเห็นเขาขุดลึกลงไปราวสองฟุต ข้างใต้นั่นส่วนใหญ่เป็นทรายกับเศษอิฐหินแตกหักและรากไม้ซึ่งเขาก็ขุดขึ้นมากองไว้ด้านบน เห็นท่อพลาสติกสีดำลากจากบริเวณถนนเข้ามาเชื่อมต่อกับมิเตอร์ก่อนเข้าตัวบ้าน
“เดี๋ยวนี้ท่อน้ำด้านนอกที่ต่อกับมิเตอร์จะใช้เป็นท่อพลาสติกสีดำแทนท่อเหล็ก เพราะท่อเหล็กแบบเดิมแข็งแรงก็จริงแต่ก็มีจุดอ่อนคือพอใช้ไปหลายปีมันก็จะเริ่มอุดตันน้ำไม่ค่อยไหล แต่ท่อพลาสติกถึงไม่อุดตันแต่ความแข็งแรงมันน้อยกว่า ถ้ามีการกระแทกแรงๆจากถนนข้างบนก็อาจมีการแตกรั่วได้”
พูดเสร็จ นายช่างก็สั่งให้ลูกน้องไปเอาทรายในรถมาเทกลบลงไปในหลุมพร้อมกับนำอุปกรณ์ผสมปูนและโบกปูนออกมากลบพื้นถนนที่เพิ่งทุบแตกไปเมื่อสักครู่ ฮา...
ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงพวกเขาก็ทิ้งพื้นปูนเปียกๆสีเข้มกว่าพื้นถนนตรงอื่นเป็นวงกว้างขนาดราวล้อรถยนต์แต่เป็นทรงสี่เหลี่ยมไว้ โดยไม่มีอะไรกั้นเป็นเครื่องหมายให้คนและหมาได้รู้เลยว่าตรงนี้ห้ามย่ำ ด้วยความซน ผมลองเอานิ้วไปแตะๆดู “โห..มันนิ่มยังกับไข่ตุ๋นสีน้ำตาล” ผมรีบวิ่งเข้ามาหาตะแกรงอลูมิเนียม ก็ราวตากผ้าที่พังแล้วถอดชิ้นส่วนวางๆไว้นั่นแหละครับ เอาไปวางพาดเฉียงๆไว้จะได้ไม่มีคนหรือหมาเดินมาทำรอยฟอสซิลติดไปอีกเป็นพันปี ฮา...
“ป่านนี้ไปขุดบ้านไหนต่อแล้วก็ไม่รู้ โชคดีนะ อิ..อิ..”
เขียนโดย.. สิขเรศ เอี่ยมประชา (HyPeR MonKeY)
เขียน ณ วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๔๗ น.
(สงวนสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์)
