Stories

ฟังผิด

posted on 31 Oct 2009 17:51 by hypermonkey  in Stories




ฟังผิด

โฮ่ง...โฮ่ง...โฮ่ง...

เวลาตีหนึ่งครึ่งก่อนวันปล่อยผีฝรั่ง(ฮัลโลวีน)เพียงวันเดียว  เจ้าตัวแสบเห่าดังลั่นไม่ยอมหยุด  หันหน้าไปทางประตูหน้าบ้านด้วย  ตีความภาษาหมาได้ประมาณว่า “มีผู้บุกรุก”  จนต้องไปแหวกม่านประตูบานเลื่อนกระจกดูว่ามีใครแปลกปลอมน่าสงสัยมาด้อมๆมองๆอยู่แถวบ้านหรือไม่

เพ่งมองไปในความมืด  ที่ร่องใกล้พื้นรั้วประตูเลื่อนเหล็กหน้าบ้านเห็นแสงไฟฉายขนาดเล็กเคลื่อนวาบผ่านตรงนั้นไป  รู้สึกตกใจ..(ใครกัน มาทำลับๆล่อๆ)

มองอยู่ซักครู่ก็ได้เห็นเงาคนสองคนผุดลุกผุดนั่ง  มีเสียงพูดคุยกันแทรกมาให้ได้ยินแต่จับใจความไม่ได้  เลยยืนจ้องอยู่พักหนึ่งแล้วสองคนนั่นก็ลุกขึ้นมองมาที่ผม  แล้วพวกเขาก็เดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เจ้าตัวแสบยังคงเห่าไม่หยุด  คว้าได้ไฟฉายแรงสูงก็เปิดประตูบานเลื่อนกระจกออกไป  ถือกุญแจไปไขประตูหน้าบ้านโดยมีเจ้าตัวแสบวิ่งขนาบข้าง (ตอนนั้นรู้สึกอุ่นใจที่มีหมาอยู่ด้วย)

เป็นไงเป็นกัน  เพราะหลายเดือนก่อนเพิ่งดูรายการสารคดีสืบสวนสอบสวนทางโทรทัศน์  พวกขโมยถอดมิเตอร์น้ำก็ชอบทำทีเป็นช่างประปาเที่ยวเดินส่องไฟดึกๆแบบนี้แหละ  เผลอแป๊บเดียวอาจจะถอดมิเตอร์ไปแล้วก็ได้  พอเปิดประตูออกไปดู “มิเตอร์ยังอยู่” โล่งใจไปหนึ่งเปาะ  หันมองตามสองคนนั่นไป  ยังเห็นเดินปิดเปิดส่องไฟฉายดวงเล็กหน้าบ้านนู้นทีบ้านนี้ที  การแต่งตัวมีสวมทับด้วยเสื้อแจ๊คเก็ตสีส้มติดแถบสะท้อนแสงสีขาวกลางลำตัวด้วย

“แต่ยังไงพฤติกรรมก็ยังน่าสงสัยเหลือเกิน จะใช่พวกปลอมตัวเป็นช่างประปามาดูลาดเลาเตรียมขโมยมิเตอร์ประปาหรือเปล่านะ”  คิดบ่นในใจว่าถ้าเป็นช่างประปาจริงๆแล้วมายามวิกาลแบบนี้  เขาไม่คิดบ้างหรือไงนะว่าจะทำให้ชาวบ้านจะรู้สึกกังวลใจ

คืนนั้นเลยได้นอนแบบไม่ค่อยหลับเท่าไหร่...

ตื่นเช้ามาก็ออกไปดูอีกรอบ  เห็นรอยพ่นสเปรย์เป็นลูกศรสีแดงที่พื้นถนนจากด้านนอกชี้เข้ามาที่มิเตอร์ (มันต้องมีอะไรซักอย่างแน่ๆ แต่เริ่มสรุปได้แล้วว่าคงไม่ใช่ขโมยหรอก เพราะขโมยไม่น่าจะทิ้งร่องรอยอะไรไว้เด่นชัดให้เป็นที่น่าสงสัยขนาดนี้) คิดได้แล้วก็สบายใจขึ้น

เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว  จนช่วงสายของอีกสองวันต่อมา...

“ติ๊ง..ง..ง..ง..ต่อง..ง..ง..ง”

“มาซ่อมท่อน้ำประปาที่รั่วนะครับ ไม่เกี่ยวกับมิเตอร์หรือท่อในบ้านคุณหรอกแต่จุดที่รั่วมันอยู่ติดกับมิเตอร์คุณ ตามหน้าที่แล้วต้องแจ้งให้เจ้าของมิเตอร์ทราบก่อน โดยปกติจะมีหน่วยฟังเสียงท่อน้ำรั่วเอาเครื่องมือออกมาฟังเสียงทุกคืน เหตุเพราะน้ำหายไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ทุกเดือนจากบิลค่าน้ำปกติ ผู้อำนวยการเขตคนก่อนก็เลยโดนเล่นงานว่า น้ำหายไปไหน ทำไมไม่ตรวจหาจุดรั่ว หรือทำไมถึงตรวจหาไม่เจอ หรือเจอแล้วทำไมไม่ซ่อม ก็เลยต้องมีหน่วยออกมาตรวจยามดึกทุกคืน และทำการพ่นสเปรย์ทำเครื่องหมายลูกศรสีแดงไว้ให้หน่วยซ่อมได้รับทราบว่าตรงนี้ต้องทำการทุบพื้นถนนและขุดลงไปเพื่อทำการซ่อมท่อน้ำที่รั่ว มีเหมือนกันแหละที่ระบุตำแหน่งผิด ขุดลงไปแล้วไม่รั่ว แต่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวพอซ่อมเสร็จเราก็จะกลบให้พร้อมโบกปูนให้เรียบร้อยเหมือนเดิมเลย”

ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องออกมาด้อมๆมองๆให้เป็นที่น่าสงสัยตอนดึก  เพราะตอนดึกมันคงเงียบสงัด  การใช้เครื่องวัดซึ่งทำงานด้วยการจับเสียงการรั่วซึมของน้ำคงทำงานได้แม่นยำกว่าตอนกลางวันที่มีทั้งเสียงรถวิ่งและเสียงน้ำไหลจากการใช้น้ำตามปกติในชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย

ก็ปล่อยพวกเขางานทำไป  เห็นมีช่าง ๕ คน รถปิ๊คอัพแบบมีหลังคาที่มีเครื่องมือเครื่องไม้พร้อมอยู่เต็มคันรถอีก ๑ คัน

ตุ๊บ..บ..บ..บ...

ตุ๊บ..บ..บ..บ…

ตุ๊บ..บ..บ..บ...

เสียงแห่งการทุบทำลายนี่ไม่เจริญหูเจริญใจเท่าไหร่เลย  ถึงจะเป็นพื้นหน้าบ้านก็เถอะ  ก็ยังอดกังวลใจไม่ได้

สักพัก  ได้ยินเสียงหัวเราะระคนเสียงบ่นของช่างคุยแหย่กันไปบ้าง  ทะเลาะกันไปบ้าง  ก็เลยออกไปถามว่า “เป็นยังไงบ้างครับ” เขาตอบกลับมาว่า “ไม่รั่ว สงสัยหน่วยฟังเสียง ฟังผิด”

หนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งที่ดูเด็กที่สุดในนั้น  หัวเราะดังกว่าเพื่อนแล้วพูดว่า “เครื่องมันปกติ ไม่มีปัญหาหรอก แต่คนนี่สิ ตอนเครื่องมาแรกๆก็ยังดีอยู่หรอกนะ แม่นเชียว แต่เดี๋ยวนี้สงสัยจะเริ่มเบลอแล้ว มีระบุตำแหน่งผิดทุกวัน” แล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะกันยกใหญ่

“เขาระบุตำแหน่งผิดบ่อยหรือครับ”

“ก็เฉลี่ยวันหนึ่งประมาณ ๓ รายได้”  หัวหน้าช่างตอบมา (ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของบรรดาลูกมือ) เขาก็มีอารมณ์ขันกันดีนะ  ถือว่ามันเป็นงานที่ต้องทำ  จะถูกผิดอย่างไรก็ให้อภัยกันได้  ไม่มีอะไรเสียหาย  ดีซะอีกได้เช็คให้แน่ใจหลังจากวางท่อมานานว่ามันมีรั่วมีผุพังอะไรบ้างหรือเปล่า  มองเป็นเรื่องขำไป  ชีวิตมันก็ไม่มีอะไรต้องเครียด

ผมชะโงกดูเห็นเขาขุดลึกลงไปราวสองฟุต  ข้างใต้นั่นส่วนใหญ่เป็นทรายกับเศษอิฐหินแตกหักและรากไม้ซึ่งเขาก็ขุดขึ้นมากองไว้ด้านบน  เห็นท่อพลาสติกสีดำลากจากบริเวณถนนเข้ามาเชื่อมต่อกับมิเตอร์ก่อนเข้าตัวบ้าน 

“เดี๋ยวนี้ท่อน้ำด้านนอกที่ต่อกับมิเตอร์จะใช้เป็นท่อพลาสติกสีดำแทนท่อเหล็ก เพราะท่อเหล็กแบบเดิมแข็งแรงก็จริงแต่ก็มีจุดอ่อนคือพอใช้ไปหลายปีมันก็จะเริ่มอุดตันน้ำไม่ค่อยไหล  แต่ท่อพลาสติกถึงไม่อุดตันแต่ความแข็งแรงมันน้อยกว่า ถ้ามีการกระแทกแรงๆจากถนนข้างบนก็อาจมีการแตกรั่วได้”

พูดเสร็จ  นายช่างก็สั่งให้ลูกน้องไปเอาทรายในรถมาเทกลบลงไปในหลุมพร้อมกับนำอุปกรณ์ผสมปูนและโบกปูนออกมากลบพื้นถนนที่เพิ่งทุบแตกไปเมื่อสักครู่  ฮา...

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงพวกเขาก็ทิ้งพื้นปูนเปียกๆสีเข้มกว่าพื้นถนนตรงอื่นเป็นวงกว้างขนาดราวล้อรถยนต์แต่เป็นทรงสี่เหลี่ยมไว้  โดยไม่มีอะไรกั้นเป็นเครื่องหมายให้คนและหมาได้รู้เลยว่าตรงนี้ห้ามย่ำ  ด้วยความซน  ผมลองเอานิ้วไปแตะๆดู  “โห..มันนิ่มยังกับไข่ตุ๋นสีน้ำตาล”  ผมรีบวิ่งเข้ามาหาตะแกรงอลูมิเนียม  ก็ราวตากผ้าที่พังแล้วถอดชิ้นส่วนวางๆไว้นั่นแหละครับ  เอาไปวางพาดเฉียงๆไว้จะได้ไม่มีคนหรือหมาเดินมาทำรอยฟอสซิลติดไปอีกเป็นพันปี ฮา...

“ป่านนี้ไปขุดบ้านไหนต่อแล้วก็ไม่รู้ โชคดีนะ อิ..อิ..”

 

 

เขียนโดย.. สิขเรศ เอี่ยมประชา (HyPeR MonKeY)
            เขียน ณ วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๑๗.๔๗
น.
            (สงวนสิทธิ์  ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์)