เทวดาที่วัดบวรฯ

posted on 28 Aug 2012 15:52 by hypermonkey in Sixth-Sense

  

บทความนี้นํามาจาก อารยาฟอรั่ม • View topic - เทวดาที่วัดบวรฯ

ภาพเก่าวัดบวรฯในสมัยโบราณ

 

วันเสาร์ที่ผ่านมาดิฉันได้นำอาหารไปถวายพระสงฆ์ที่วัดใกล้บ้านเช่นที่เคยทำทุกสัปดาห์ ปกติท่านเจ้่าอาวาสจะเทศนาเป็นภาษาอังกฤษแก่ผู้ที่ภาษาไทยไม่แข็งแรง(รวมทั้งลูกๆ ของดิฉันด้วย) แต่สัปดาห์นี้ ท่านตอคำถามของคุณแม่สามีของดิฉัน

คุณแม่เป็นคนที่กลัวผีมาก และเพิ่งกลับจากไปเที่ยวที่ Smoky Mountains, Tennessee ท่านเล่าว่าถูกคนดึงขาถึงสองคืนที่พักอยู่ที่นั่น พบว่าโรงแรมสร้างอยู่ข้างๆสุสาน ท่านจึงถามว่า "ผี" มีจริงหรือไม่? ท่านเจ้าอาวาสจึงกล่าวว่า "อาตมามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง แล้วโยมคิดกันเอาเองว่า "ผี" มีจริงหรือไม่? แล้วท่านก็เล่าเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ ที่แปลเป็นไทย ได้คล้ายๆแบบนี้

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2510 ได้มีชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองไทย ชาวต่างชาติผู้นี้มีความนิยมชมชอบในวัฒนธรรมไทย และยังศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า เมื่อมาอยู่เมืองไทยจึงชอบที่จะไปท่องเที่ยวตามวัดวาอารามต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งฝรั่งต่างชาติคนนี้ก็นั่งแท็กซี่มาที่วัดบวรนิเวศฯ แต่เช้าตรู่ รถก็พามาจอดตรงประตูทางเข้าพระอุโบสถซึ่งขณะนั้นฟ้ายังไม่สว่างประตูจึงยังไม่เปิด และในเวลาปกติ ประตูตรงหน้าพระอุโบสถนี้ก็จะไม่เปิดอยู่แล้ว

นอกจากจะเป็นวันพระหรือภายในวัดมีงาน แต่เพราะความไม่รู้ฝรั่งคนนั้นจึงยืนรออยู่บริเวณนั้น สักพักต่อมาประตูก็เปิดออก มีชายวัยกลางคนสวมชุดชาวทั้งชุด เดินตรงมาหาฝรั่งคนนั้น และทักทายด้วยภาษาอังกฤษถามว่า "มายืนอยู่ทำไม" ฝรั่งก็บอกว่า "ต้องการจะมาดูพระสงฆ์ออกบิณฑบาต" ชายปริศนาในชุดขาวตอบว่า "อีกนานกว่าพระจะออกมาบิณฑบาต ควรเข้าไปชมในวัดก่อนดีกว่า" ฝรั่งก็ตกลง และเดินตามชายผู้นั้นเข้าไปในวัด ชายปริศนานำฝรั่งเดินตรงไปเปิดประตูพระอุโบสถ พร้อมเชื้อเชิญให้เข้าไปชมความงดงามของศิลปะไทย ๆ ภายในพระอุโบสถ และยังอธิบายประวัติพระประธานคือ พระพุทธชินศรี ซึ่งงดงามแบบพระพุทธชินราชที่ จ.พิษณุโลก

และยังให้ดูพระรูปโลหะของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และสมเด็จกรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พร้อมยังเล่าประวัติให้ฟังด้วยเมื่อ ออกจากพระอุโบสถชายชุดขาวก็พาฝรั่งไปชมพระพุทธรูปที่พระวิหารพระศรีศาสดา และ ที่พระเจดีย์ แล้วยังพาเดินผ่านกุฏิต่าง ๆ พร้อมบอกชื่อและความสำคัญของอาคารต่าง ๆ แถวนั้นอย่างละเอียด สุดท้ายก็พาฝรั่งออกมาส่งที่นอกประตูวัดบอกให้รอประเดี๋ยวจะมีพระบิณฑบาต ผ่านมา พูดจบแล้วชายชุดขาวก็เดินกลับเข้าไปในวัดและปิดประตูลงดังเดิม

ฝรั่ง ชาวต่างชาติผู้นี้ในภายหลังด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงได้มาขอบวชกับสมเด็จพระญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ และด้วยความที่ยังติดใจอยู่กับชายปริศนาในชุดขาวที่เคยพาเที่ยวชมวัดบวรฯ จึงพยายามตามหาอยู่ตลอด เพราะคิดว่าชายคนนั้นคงอาศัยอยู่ภายในวัด แต่หลังจากพยายามตามหาเท่าไร ก็ยังหาไม่พบ แม้จะถามหาจากใครหลายคนที่เป็นคนเก่าแก่ และพระสงฆ์องค์เจ้าก็ไม่เคยมีใครรู้จัก หรือพบเห็นชายในลักษณะดังกล่าวเลย

รูปการณ์นี้จึงมีการสันนิษฐานกันว่า ชายคนดังกล่าวน่าจะเป็น "เทพ" ที่สถิตอยู่ในวัดบวรฯ เพราะมี พฤติการณ์หลายอย่างที่ประหลาด อย่างแรกก็คือ ประตูพระอุโบสถนั้นจะมีผู้ถือกุญแจอยู่ประจำ ซึ่งไม่ใช่ ชายในลักษณะดังกล่าว และอีกประการสำคัญ ประตูกำแพงวัดกับประตูพระอุโบสถนั้นจะไม่มีการเปิดในเวลานั้นเด็ดขาด ที่น่าอัศจรรย์คือ วิธีการเปิดประตูของชายคนนั้นไม่ได้ใช้กุญแจแต่เป็นการผลักเข้าไปเฉยๆ ทั้งๆที่ความเป็นจริงประตูทุกบานจะลั่นกุญแจไว้เสมอ ฉะนั้นคนธรรมดาไม่อาจถือวิสาสะเปิดเข้ไปได้ แน่นอน คนที่ทำเช่นนี้ได้เห็นจะมีแต่ "เทพยดา" และผู้มีฤทธิ์เท่านั้น

จาก ประสบการณ์ที่พบเห็นเรื่องราวน่าประหลาดของภิกษุหนุ่มชาวต่างชาติ จึงเป็นเหตุให้ต่อมาเขาได้ อุทิศเวลา และความตั้งใจศึกษาปฏิบัติพระกรรมฐาน เพื่อให้ได้สมาธิชั้นสูง โดยหวังว่าวันหนึ่งคงได้พบชายชุดขาวนั้นอีกครั้ง ซึ่งสำหรับผู้ปฏิบัติแล้วไม่เกินวิสัยที่สามารถทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ดิฉันคัดลอกบทความนี้มาจาก "เทพ" และ "ผี" ที่วัดบวรนิเวศฯ คิดว่าหลายๆท่านอาจจะเคยได้ยินหรือได้อ่านมาก่อน เพราะเรื่องเคยตีพิมพ์ในนิตยสารศรีสัปดาห์นานมาแล้ว

ดิฉันนำเรื่องนี้มาเล่าอีกครั้งก็เพราะว่าในระหว่างที่เล่า ท่านเผลอใช้สรรพนามว่า "I" อยู่หลายครั้ง ก็เลยจับได้ว่าท่านคือ "ฝรั่ง" เจ้าของเรื่องตัวจริง! จึงได้ฟังรายละเอียดต่อว่า ไม่เพียงแต่ท่านได้ชมวัดหากแต่ได้ฟังประวัติของวัดบวรฯโดยละเอียด ท่านเล่าว่าชายในชุดขาว(ใส่โจงกระเบนแบบแขกยาม) บอกกับท่านว่าจริงๆแล้ววัดบวรฯเป็นวัดสองวัด โดยชายชุดขาวเรียกอีกวัดหนึ่งว่า "วัดเหนือ" พร้อมทั้งแสดงความผิดหวังที่ไม่มีการบูรณะซ่อมแซมในส่วนนั้นเลย ท่านเล่าว่า ท่านได้พักอยู่ที่คณะสูง โดยอยู่ในความดูแลของพระขันติปาโล (พระภิกษุชาวอังกฤษ)ถึงสามสัปดาห์

เมื่อท่านเอ่ยถามเรื่องชายในชุดขาว

สมเด็จพระญาณสังวร(เป็นเจ้าคุณพระสาสนโสภณ ในขณะนั้น) ก็ได้เรียกให้ไปพบ และเมื่อท่านเล่าเรื่องจบพร้อมทั้งบอกเริ่องที่ชายในชุดขาวผิดหวัง สมเด็จฯได้เอารูปภาพหลายๆภาพให้ท่านดู ท่านก็ได้พบชายในชุดขาวในภาพๆหนึ่ง ซึ่งต่อมาก็ได้รู้จักชื่อของชายในชุดขาวที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วว่า "King Rama 4Th" หรือคนไทยรู้จักท่านในชื่อ "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๔" ผู้ทรงก่อตั้ง "คณะธรรมยุตินิกาย" ที่วัดบวรนิเวศวิหารแห่งนี้ ดิฉันฟังแล้วก็ขนลุก

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์พูดเตือนสติคนไทยอยู่บ่อยๆว่า"พระสยามเทวาธิราช มีจริง อย่าทำชั่่วต่อบ้านเมือง"

ดิฉันคิดว่า คำเตือนนี้ไม่ควรมองข้าม!!

 

ที่มา: http://www.supawangreen.in.th/forum/viewtopic.php?p=5529&sid=a495039317253d06dddc65dd789ec0a6

ภาพประกอบจาก: http://www.tinyzone.tv/TravelDetail.aspx?ctpostid=2140

 

Comment

Comment:

Tweet