นิสัย หนังสือ
โดย..สิขเรศ  เอี่ยมประชา  เว็บไซท์: http://hypermonkey.multiply.com

 

 

“บันทึกของถั่วงอกและหัวไฟ  ไม่ใช่นิยายหรือเรื่องแต่ง”

          มีผลงานอีกหลายชิ้นที่ผมสร้างขึ้น  แต่บันทึกของถั่วงอกและหัวไฟ  ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น  ผมเลือกถ่ายทอดความจริงอย่างที่ควรจะเป็นมากกว่าจะปั้นแต่งนิยายไปตามขนบความบันเทิง

          เพราะบางครั้ง...  ชีวิตจริงของใครบางคนก็ตื่นเต้นยิ่งกว่านิยาย  และในบันทึกเล่มนี้  นอกจากถั่วงอกซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมาในการถ่ายทอดเรื่องราวแล้ว  ผมยังได้รับเกียรติจากผู้เล่าเรื่องอีกสองคนมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวอีกด้วย  หนึ่งในนั้นเป็นสุภาพสตรีชุดดำ  ซึ่งเมื่อได้ฟังเรื่องราวของเธอแล้ว  ผมเองก็ต้องแปลกใจที่พบว่าเรื่องราวของเธอเกี่ยวข้องกับความเป็นไปในการเดินทางของถั่วงอกและหัวไฟมากกว่าที่ผมเคยรู้หรือคาดการณ์เอาไว้มาก  ผมได้แต่หวังว่าความสามารถในการจดบันทึกและวาดภาพของผมจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของเธอได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด  และบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งก็คือ  หัวไฟ  ซึ่งยอมเปิดปากเล่าเรื่องราวให้ผมฟังเป็นครั้งแรก  ซึ่งนอกจากจะทำให้ผมได้ทราบเหตุการณ์ต่างๆ ในอีกแง่มุมหนึ่งแล้ว  ยังทำให้ผมได้เข้าใจความคิดอ่านหลายๆอย่างของเขามากขึ้นด้วย

          ทรงศีล ทิวสมบุญ

         

**** ข้อความคัดจากปกหลังหนังสือ  BEENSPROUT  &  FIREHEAD  (ถั่วงอก และ หัวไฟ 2)  :  IN  THE  BLACK  SEASON

******************************************************        

ผมไม่รู้ว่าเห็นตัวการ์ตูนขาวดำหน้าตาเอาเรื่องไว้ผมทรงเปลวเพลิงสลับสีเทาเข้มอ่อน  กับเจ้าเด็กน้อยหน้าตาบ้องแบ๊วดูไม่มีพิษภัยมีหนวดสองเส้นบนหัวเหมือนมด  และหมาน้อยตัวเล็กจิ๋วเห็นทีไรชวนให้นึกถึงม้วนกระดาษทิชชูนี้ตั้งแต่เมื่อไร  มารู้ตัวอีกทีก็จำพวกเขาได้ติดตา  เห็นที่ไหนเป็นจำได้ว่าเคยพบเห็นกันมาก่อน  เพียงแต่เราไม่เคยทักทายกัน  จึงบอกไม่ได้ว่าพวกเขาคือใครมาจากไหน

จนวันหนึ่ง... ในงานสัปดาห์หนังสือ 

เกือบจะเดินผ่านไปแล้ว  สายตาเหลือบไปเห็นตัวการ์ตูนลายเส้นหน้าตาคุ้นเคยอยู่บนปกหนังสือที่ ดูไม่ค่อยเหมือนหนังสือของเมืองไทย  อาจเป็นเพราะรูปแบบปกโทนสีเข้มขรึมมีอักษรตัวโตปั๊มสีทองดูหรูหราเล่มหนาขนาดเหมาะมือ  ข้างในมีภาพลายเส้นที่ดูเหมือนขีดเขียนง่ายๆแต่มีเสน่ห์น่าหลงใหล  ข้อความบรรยายไม่ได้มีมากมายจนเกินไป  ช่างน่าอ่านดีแท้

วันนั้น... ผมพาเขาทั้งสามกลับบ้านมาด้วย  และรู้ในภายหลังว่า

เจ้าเด็กที่ตอนแรกผมไม่ได้มองว่าเขาเป็นเด็ก  คงเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ร้ายกาจพอดูแต่ก็เดาไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร  รู้แต่ว่าเขามีทรงผมเป็นรูปเปลวเพลิง  เขาชื่อ “หัวไฟ”

เจ้าเด็กหน้าตาบ้องแบ๊วมีหนวดสองเส้นเหมือนมด  เขาชื่อ “ถั่วงอก”

ส่วนเจ้าหมาตัวเล็กจิ๋วเท่าม้วนทิชชู่มีชื่อน่ารักว่า “บุบบิบ”

ยิ่งได้อ่านสิ่งที่ผู้เขียนอธิบายถึงวิธีที่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้   ยิ่งรู้สึกทึ่ง  และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงจำพวกเขาได้ติดตาทั้งที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน  กว่าจะเริ่มรู้จักกันอย่างจริงจัง  ก็เผลอหลงรักและเฝ้าติดตามการผจญภัยของพวกเขาอย่างไม่รู้ตัวเสียแล้ว

และยังมารู้ในภายหลังอีกว่า “ผมเป็นคนท้ายๆที่รู้จักพวกเขา”  เพราะเพื่อนหลายคนต่างรู้จักพวกเขาแล้วทั้งสิ้น  เช่นบ่ายวันหนึ่งได้พบเจอกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า ๒ ปีโดยบังเอิญ  เดินสวนกันบนถนนที่คนพลุกพล่าน  เขาถามว่ากำลังจะไปไหน  ผมตอบว่าไปกินข้าวแล้วถามกลับว่าเขากินข้าวหรือยัง  เขาตอบว่า “กินขนมปังไส้แยมส้มมาเมื่อครู่ ยังอิ่มอยู่เลย” 

โดยอัตโนมัติอย่างไม่ตั้งใจ...ผมแซวไปทันทีว่า “เป็นบุบบิบหรือ?” แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าใครจะไปรู้จักบุบบิบ(เจ้าหมาที่ชอบกินขนมปังแยมส้มเป็นชีวิตจิตใจ)  เผลอปล่อยมุขตลกฝืดเข้าให้แล้ว  เพื่อนนิ่งไปสักครู่  ทำหน้าสงสัยก่อนจะหัวเราะแล้วก็ตอบว่า “อ๋อ..เจ้าบุบบิบของหัวไฟน่ะหรือ”

ผมแปลกใจเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเพื่อนจะรู้จัก

หลังจากนั้นก็เก็บหนังสือเล่มนี้ไว้อีกระยะก่อนส่งไปรษณีย์ไปให้น้องสาวที่อเมริกา  คิดว่าเธอคงชอบ  แต่อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาก็มีเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตส่งข่าวว่า  มีเล่ม ๒ ออกมาแล้ว  จึงออกตามล่าหาเล่ม ๒ อยู่พักหนึ่งด้วยว่าหนังสือขาดตลาด  แต่ท้ายที่สุดก็ได้มา

ผมนั่งอ่านเรื่องราวการผจญภัยภาคต่อของพวกเขาอย่างตื่นเต้น  ผ่านไปแต่ละหน้าไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง  เมื่ออ่านเล่ม ๒ จนจบ  กลับรู้สึกว่าบันทึกของพวกเขาไม่สมบูรณ์หากไม่มีเล่ม ๑ จึงหวนกลับไปซื้อเล่ม ๑ อีกครั้ง  ซึ่งคราวนี้เป็นปกใหม่พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ แล้ว

ไม่นานก็มีเพื่อนยืมทั้ง ๒ เล่มไป  นานวันเข้าก็มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น!! 

ถ้าผมตีความไม่ผิด  ความรู้สึกนั้นเหมือนเป็น “ความคิดถึง” ไม่น่าเชื่อว่าผมคิดถึงพวกเขา ถั่วงอก หัวไฟ และบุบบิบ  อยากเปิดหนังสือขึ้นมาดูว่าพวกเขาสบายดีหรือไม่  เป็นความรู้สึกแปลก  ทำให้นึกถึงคำพูดของผู้เขียนที่ว่า “ถั่วงอกและหัวไฟ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น”

แล้ววันหนึ่ง...ก็ได้หนังสือคืนมา

แต่อีกสองเดือนให้หลังเพื่อนคนที่เคยยืมหนังสือสองเล่มนี้ไปโทรกลับมาถามว่า “ถั่วงอก และ หัวไฟ ทั้งสองเล่มยังอยู่หรือเปล่า”  ผมบอกว่า “อยู่สิ...ทำไมหรือ” เขาตอบว่า “ขอยืมอีกทีได้ไหม อยากติดตัวไปอ่านตอนไปต่างจังหวัดด้วย”

“เคยอ่านแล้วไม่ใช่หรือ”  ผมถาม

“ไม่รู้สิ...มัน...เหมือน...(คิดถึง) เหมือนอยากรู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง!!  

ผมตกใจ  ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้จากเพื่อน  คงเป็นความรู้สึกประหลาดเหมือนกับที่ผมเพิ่งประสบพบเจอมากับตัวเองจึงทำให้เข้าใจได้ไม่ยาก  ส่งหนังสือกลับไปให้เพื่อนยืมอีกครั้ง

ตอนนี้...เชื่อแล้วละ  ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง  ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น 

อย่างน้อยก็...ในใจของพวกเรา

           

รายละเอียดหนังสือ
BEENSPROUT  &  FIREHEAD  :  IN  THE  INFINITE  MADNESS
ถั่วงอก และ หัวไฟ  
: ในความบ้าคลั่งอันมิรู้สิ้นสุด
โดย  ทรงศีล ทิวสมบุญ
สำนักพิมพ์ 
a book  / ๒๕๖ หน้า / ราคา ๑๒๐ บาท

BEENSPROUT  &  FIREHEAD  2  :  IN  THE  BLACK  SEASON
ถั่วงอก และ หัวไฟ 
2  : In The Black Season
โดย  ทรงศีล ทิวสมบุญ
สำนักพิมพ์ 
a book  / ๒๔๘ หน้า / ราคา ๑๖๕ บาท

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ใช่ๆ อ่านแล้ว อ่านอีก ความรู้สึกคือ คิดถึง อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ทั้งๆ ที่อ่านแล้วเรื่องก็เหมือนเดิม

แต่พออ่านก็จะแบบ หัวไฟ ยังมีชีวิตอยู่ ทำแบบเหมือนเดิมsad smile
อ่านเอนทรีนี้แล้วคิดถึงพวกเค้าขึ้นมาเลยค่ะ ต้องไปรื้อมาอ่านอีกรอบแล้ววbig smile

#2 By (^_^)/nana on 2009-06-06 16:06

ผมก็รื้ออ่านสองสามรอบแล้วเหมือนกันครับ คุณ nanabig smile

#3 By HyPeR MonKeY on 2009-06-07 01:05

ความรู้สึกคล้ายกันเลยครับ คุณ นางสาวความสุข ขอบคุณที่แวะมาอ่าน Review ด้วยนะครับ big smile

#4 By HyPeR MonKeY on 2009-06-07 01:05

สนุกดีคับopen-mounthed smile

#5 By อวดดี on 2009-06-08 11:53

พออ่านข้อความทั้งหมดจบปุ๊บ ความคิด (อันชั่วร้าย)อย่างแรกเลยคือ ก็แล้วทำไมอีตาเพื่อนช่างยืมคนนั้น เขาไม่ลงทุนซื้อหนังสือเล่มหนึ่งและเล่มสองนี้เก็บไว้เองซะเลยเล่า

#6 By ช่างสงสัย (125.25.123.111) on 2009-06-08 19:43

ขอบคุณ คุณ อวดดี ที่แวะมาทักทายกันครับ big smile

ขอบคุณ คุณ ช่างสงสัยด้วยครับ และก็ช่างสงสัยตามชื่อจริงๆด้วยละ confused smileจะว่าไป บางคนเขาไม่ค่อยมีตังค์ซื้อหนังสือน่ะครับ แบบว่าประหยัด รายจ่ายเยอะ มาจาก ตจว. เช่าห้องพักอยู่ อะไรแบบนี้มังครับ ต้องเข้าใจ เนอะ sad smile

#7 By HyPeR MonKeY on 2009-06-12 15:50