นิสัย -- หนังสือ / ถั่วงอก และ หัวไฟ
posted on 06 Jun 2009 11:51 by hypermonkey in News-and-Event
นิสัย – หนังสือ
โดย..สิขเรศ เอี่ยมประชา เว็บไซท์: http://hypermonkey.multiply.com
“บันทึกของถั่วงอกและหัวไฟ ไม่ใช่นิยายหรือเรื่องแต่ง”
มีผลงานอีกหลายชิ้นที่ผมสร้างขึ้น แต่บันทึกของถั่วงอกและหัวไฟ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ผมเลือกถ่ายทอดความจริงอย่างที่ควรจะเป็นมากกว่าจะปั้นแต่งนิยายไปตามขนบความบันเทิง
เพราะบางครั้ง... ชีวิตจริงของใครบางคนก็ตื่นเต้นยิ่งกว่านิยาย และในบันทึกเล่มนี้ นอกจากถั่วงอกซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมาในการถ่ายทอดเรื่องราวแล้ว ผมยังได้รับเกียรติจากผู้เล่าเรื่องอีกสองคนมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวอีกด้วย หนึ่งในนั้นเป็นสุภาพสตรีชุดดำ ซึ่งเมื่อได้ฟังเรื่องราวของเธอแล้ว ผมเองก็ต้องแปลกใจที่พบว่าเรื่องราวของเธอเกี่ยวข้องกับความเป็นไปในการเดินทางของถั่วงอกและหัวไฟมากกว่าที่ผมเคยรู้หรือคาดการณ์เอาไว้มาก ผมได้แต่หวังว่าความสามารถในการจดบันทึกและวาดภาพของผมจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของเธอได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด และบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งก็คือ หัวไฟ ซึ่งยอมเปิดปากเล่าเรื่องราวให้ผมฟังเป็นครั้งแรก ซึ่งนอกจากจะทำให้ผมได้ทราบเหตุการณ์ต่างๆ ในอีกแง่มุมหนึ่งแล้ว ยังทำให้ผมได้เข้าใจความคิดอ่านหลายๆอย่างของเขามากขึ้นด้วย
ทรงศีล ทิวสมบุญ
**** ข้อความคัดจากปกหลังหนังสือ BEENSPROUT & FIREHEAD (ถั่วงอก และ หัวไฟ 2) : IN THE BLACK SEASON
******************************************************
ผมไม่รู้ว่าเห็นตัวการ์ตูนขาวดำหน้าตาเอาเรื่องไว้ผมทรงเปลวเพลิงสลับสีเทาเข้มอ่อน กับเจ้าเด็กน้อยหน้าตาบ้องแบ๊วดูไม่มีพิษภัยมีหนวดสองเส้นบนหัวเหมือนมด และหมาน้อยตัวเล็กจิ๋วเห็นทีไรชวนให้นึกถึงม้วนกระดาษทิชชูนี้ตั้งแต่เมื่อไร มารู้ตัวอีกทีก็จำพวกเขาได้ติดตา เห็นที่ไหนเป็นจำได้ว่าเคยพบเห็นกันมาก่อน เพียงแต่เราไม่เคยทักทายกัน จึงบอกไม่ได้ว่าพวกเขาคือใครมาจากไหน
จนวันหนึ่ง... ในงานสัปดาห์หนังสือ
เกือบจะเดินผ่านไปแล้ว สายตาเหลือบไปเห็นตัวการ์ตูนลายเส้นหน้าตาคุ้นเคยอยู่บนปกหนังสือที่ ดูไม่ค่อยเหมือนหนังสือของเมืองไทย อาจเป็นเพราะรูปแบบปกโทนสีเข้มขรึมมีอักษรตัวโตปั๊มสีทองดูหรูหราเล่มหนาขนาดเหมาะมือ ข้างในมีภาพลายเส้นที่ดูเหมือนขีดเขียนง่ายๆแต่มีเสน่ห์น่าหลงใหล ข้อความบรรยายไม่ได้มีมากมายจนเกินไป ช่างน่าอ่านดีแท้
วันนั้น... ผมพาเขาทั้งสามกลับบ้านมาด้วย และรู้ในภายหลังว่า
เจ้าเด็กที่ตอนแรกผมไม่ได้มองว่าเขาเป็นเด็ก คงเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ร้ายกาจพอดูแต่ก็เดาไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร รู้แต่ว่าเขามีทรงผมเป็นรูปเปลวเพลิง เขาชื่อ “หัวไฟ”
เจ้าเด็กหน้าตาบ้องแบ๊วมีหนวดสองเส้นเหมือนมด เขาชื่อ “ถั่วงอก”
ส่วนเจ้าหมาตัวเล็กจิ๋วเท่าม้วนทิชชู่มีชื่อน่ารักว่า “บุบบิบ”
ยิ่งได้อ่านสิ่งที่ผู้เขียนอธิบายถึงวิธีที่พวกเขาถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ยิ่งรู้สึกทึ่ง และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงจำพวกเขาได้ติดตาทั้งที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน กว่าจะเริ่มรู้จักกันอย่างจริงจัง ก็เผลอหลงรักและเฝ้าติดตามการผจญภัยของพวกเขาอย่างไม่รู้ตัวเสียแล้ว
และยังมารู้ในภายหลังอีกว่า “ผมเป็นคนท้ายๆที่รู้จักพวกเขา” เพราะเพื่อนหลายคนต่างรู้จักพวกเขาแล้วทั้งสิ้น เช่นบ่ายวันหนึ่งได้พบเจอกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า ๒ ปีโดยบังเอิญ เดินสวนกันบนถนนที่คนพลุกพล่าน เขาถามว่ากำลังจะไปไหน ผมตอบว่าไปกินข้าวแล้วถามกลับว่าเขากินข้าวหรือยัง เขาตอบว่า “กินขนมปังไส้แยมส้มมาเมื่อครู่ ยังอิ่มอยู่เลย”
โดยอัตโนมัติอย่างไม่ตั้งใจ...ผมแซวไปทันทีว่า “เป็นบุบบิบหรือ?” แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าใครจะไปรู้จักบุบบิบ(เจ้าหมาที่ชอบกินขนมปังแยมส้มเป็นชีวิตจิตใจ) เผลอปล่อยมุขตลกฝืดเข้าให้แล้ว เพื่อนนิ่งไปสักครู่ ทำหน้าสงสัยก่อนจะหัวเราะแล้วก็ตอบว่า “อ๋อ..เจ้าบุบบิบของหัวไฟน่ะหรือ”
ผมแปลกใจเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเพื่อนจะรู้จัก
หลังจากนั้นก็เก็บหนังสือเล่มนี้ไว้อีกระยะก่อนส่งไปรษณีย์ไปให้น้องสาวที่อเมริกา คิดว่าเธอคงชอบ แต่อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาก็มีเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตส่งข่าวว่า มีเล่ม ๒ ออกมาแล้ว จึงออกตามล่าหาเล่ม ๒ อยู่พักหนึ่งด้วยว่าหนังสือขาดตลาด แต่ท้ายที่สุดก็ได้มา
ผมนั่งอ่านเรื่องราวการผจญภัยภาคต่อของพวกเขาอย่างตื่นเต้น ผ่านไปแต่ละหน้าไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เมื่ออ่านเล่ม ๒ จนจบ กลับรู้สึกว่าบันทึกของพวกเขาไม่สมบูรณ์หากไม่มีเล่ม ๑ จึงหวนกลับไปซื้อเล่ม ๑ อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เป็นปกใหม่พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ แล้ว
ไม่นานก็มีเพื่อนยืมทั้ง ๒ เล่มไป นานวันเข้าก็มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น!!
ถ้าผมตีความไม่ผิด ความรู้สึกนั้นเหมือนเป็น “ความคิดถึง” ไม่น่าเชื่อว่าผมคิดถึงพวกเขา ถั่วงอก หัวไฟ และบุบบิบ อยากเปิดหนังสือขึ้นมาดูว่าพวกเขาสบายดีหรือไม่ เป็นความรู้สึกแปลก ทำให้นึกถึงคำพูดของผู้เขียนที่ว่า “ถั่วงอกและหัวไฟ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น”
แล้ววันหนึ่ง...ก็ได้หนังสือคืนมา
แต่อีกสองเดือนให้หลังเพื่อนคนที่เคยยืมหนังสือสองเล่มนี้ไปโทรกลับมาถามว่า “ถั่วงอก และ หัวไฟ ทั้งสองเล่มยังอยู่หรือเปล่า” ผมบอกว่า “อยู่สิ...ทำไมหรือ” เขาตอบว่า “ขอยืมอีกทีได้ไหม อยากติดตัวไปอ่านตอนไปต่างจังหวัดด้วย”
“เคยอ่านแล้วไม่ใช่หรือ” ผมถาม
“ไม่รู้สิ...มัน...เหมือน...(คิดถึง) เหมือนอยากรู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง!!”
ผมตกใจ ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้จากเพื่อน คงเป็นความรู้สึกประหลาดเหมือนกับที่ผมเพิ่งประสบพบเจอมากับตัวเองจึงทำให้เข้าใจได้ไม่ยาก ส่งหนังสือกลับไปให้เพื่อนยืมอีกครั้ง
ตอนนี้...เชื่อแล้วละ ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น
อย่างน้อยก็...ในใจของพวกเรา
รายละเอียดหนังสือ
BEENSPROUT & FIREHEAD : IN THE INFINITE MADNESS
ถั่วงอก และ หัวไฟ : ในความบ้าคลั่งอันมิรู้สิ้นสุด
โดย ทรงศีล ทิวสมบุญ
สำนักพิมพ์ a book / ๒๕๖ หน้า / ราคา ๑๒๐ บาท
BEENSPROUT & FIREHEAD 2 : IN THE BLACK SEASON
ถั่วงอก และ หัวไฟ 2 : In The Black Season
โดย ทรงศีล ทิวสมบุญ
สำนักพิมพ์ a book / ๒๔๘ หน้า / ราคา ๑๖๕ บาท

จะว่าไป บางคนเขาไม่ค่อยมีตังค์ซื้อหนังสือน่ะครับ แบบว่าประหยัด รายจ่ายเยอะ มาจาก ตจว. เช่าห้องพักอยู่ อะไรแบบนี้มังครับ ต้องเข้าใจ เนอะ
ทั้งๆ ที่อ่านแล้วเรื่องก็เหมือนเดิม
แต่พออ่านก็จะแบบ หัวไฟ ยังมีชีวิตอยู่ ทำแบบเหมือนเดิม
#1 By นางสาวความสุข on 2009-06-06 12:06