นิสัย-หนังสือ: ตรงกลาง ที่ต่างกัน
posted on 02 May 2009 16:36 by hypermonkey in News-and-Event
นิสัย – หนังสือ
ประโยค “เขาทำให้เราไม่กลัวสิ่งเหนือธรรมชาติ” กับที่คั่นฯ ๑๑ อันตรงหน้า อาจทำให้หนังสือเล่มนี้ดูไม่ธรรมดา
ผู้หญิงตัวเล็กชื่อ “โน้ต” เปิดประตูรถที่จอดอยู่กลางแดดร้อนระอุ หยิบกล่องกระดาษสีฟ้าพิมพ์ลายสวยส่งให้ผม “โน้ตเอามาฝากคุณ”
“เปิดดูเลยได้ไหม” รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กทุกครั้งเวลาได้รับกล่องที่ไม่สามารถมองเห็นภายใน แววตาคงสาดประกายความอยากรู้อยากเห็นจนเธอสังเกตได้จึงอมยิ้มพร้อมตอบกลับมาว่า “ได้ค่ะเปิดดูเลย” ผมไม่รีรอรีบยกฝาออกดู พบภายในมีหนังสือเล่มหนึ่งขนาดไม่ต่างจากเล่มอื่นแต่น้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย ปกสีดำขรึมตัดกับสีทองวาววับ จำได้ทันทีว่าเคยเห็นหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกที่ไหน
ย้อนไปในงาน “มหกรรมหนังสือ” ปีที่ผ่านมา ผู้ชายตัวสูงในชุดดำบุคลิกโดดเด่นดูเป็นคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ยืนทักทายปราศรัยกับผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอยู่หน้าแผงหนังสือ ในมือถือหนังสือปกสีดำเล่มหนึ่งอยู่ เขากล่าวคำชักชวนให้ผู้คนลองเปิดอ่านดู เพียงแว่บเดียวก็พอรู้ว่าเขาเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนั้นเอง
ด้วยไม่ชอบคนพลุกพล่านจึงไม่ได้สนใจมากนักในขณะนั้น จวบจนคนซาจึงเดินไปหยิบดู หนังสือหน้าตาแปลกทำให้นึกถึงเทพไอคุปต์และสมบัติอียิปต์โบราณ อาจเพราะสีดำกับสีทองบนหน้าปก และเมื่อเปิดดูภายในกลับยิ่งดูลึกลับเข้าไปใหญ่เพราะพื้นกระดาษอาร์ทสีดำทั้งเล่มกอปรกับตัวอักษรขาวแซมภาพสีทองอร่าม แต่กลับดูอ่านง่ายเพราะตัวหนังสือใหญ่บ้างเล็กบ้างไม่ได้มีขนาดเดียวให้เบื่อตา บางตัวใหญ่เบ้อเริ่มเกือบเท่าช้อนชา นี่คงเป็นกลเม็ดหลอกล่อไม่ให้คนอ่านเบื่อหน่ายกระมัง
น้อยคนจะได้พบปะนักเขียนกับหนังสือที่เขาเขียน(พร้อมกัน) เคยมีคนกล่าวว่า “นักเขียนบางคน” กับ “หนังสือ(ที่เขาเขียน)” ช่างมีบุคลิกแตกต่างกันเหลือเกิน แต่คราวนี้ไม่ใช่ เพราะ “คนเขียน กับหนังสือของเขา” ช่างดูคล้ายกัน นั่นคงเรียกได้ว่า “ตัวตน”
ไม่ได้หยิบหนังสือเล่มนั้นติดมือกลับมาด้วย ด้วยความไม่ค่อยชอบหนังสือแนว “How to” คิดว่าหนังสือแนวนี้เหมือนคนช่างสอน สอนนู่น สอนนี่ สอนจัง เคยคิดว่าหรือเราเป็นเด็กดื้อ ประเภทสอนไม่รู้จักจำ เลยไม่ชอบหนังสือช่างสอน เหมือนเด็กนักเรียนเกเรมักอยู่คนละด้านกับอาจารย์ฝ่ายปกครองเสมอ
“คุณอ่านไหม หนังสือแบบนี้”
“อ้อ..อ่าน อ่านครับ ขอบคุณมาก” เผลอคิดอะไรไปชั่วขณะจนคุณโน้ตทักขึ้นมาแล้วก็หัวเราะกัน เปิดมาเจอหนังสือแล้วนิ่งไปเลย สงสัยใจจริงคิดว่าข้างในกล่องคงเป็นเค้กช็อกโกแลต ฮา..
ที่บอกว่า “อ่าน” นี่คิดว่าจะอ่านจริงๆนะไม่ใช่พูดแบบขอไปที ผมนิ่งก็เพราะใคร่ครวญอยู่ แล้วก็สงสัยอยู่เล็กน้อยว่าคุณโน้ตสาวนักอ่านชอบอ่านหนังสือหลากหลายประเภท เหตุใดถึงเลือกหนังสือเล่มนี้ให้ผมทั้งที่รู้ว่านิสัยผมเป็นคนมีความมั่นใจสูง เป็นตัวของตัวเองมาก (ถ้าอย่างนั้นคงมีเหตุผลอื่น)
“คือโน้ตคิดว่า อาจมีบางมุมที่คุณสามารถเข้าใจมันได้ บางอย่างโน้ตคาใจจากหนังสือแต่อาจสรุปได้ที่คุณ และมีสิ่งหนึ่งโน้ตได้จากหนังสือเล่มนี้คือ เขาทำให้เราไม่กลัวสิ่งเหนือธรรมชาติ” (นั่นทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ)
หลายสัปดาห์หลังจากนั้น คุณโน้ตถามว่า “อ่านหนังสือเล่มนั้นจบหรือยัง”
ผมตอบไปว่า “ยังครับ ตอนนี้อ่านถึงหน้า ๑๓๓ (จากประมาณ ๓๒๐ หน้า) ผมตั้งใจว่าจะต้องอ่านให้จบในเร็ววันนี้ ตอนนี้ใช้ที่คั่นหนังสือ ๑๑ อันคั่นไว้หากมีเรื่องเด่นโดนใจให้ต้องกลับมาอ่านอีกที ไม่ได้อ่านต่อเนื่อง แต่จะอ่านเมื่อใจเปิดรับ รู้สึกเลยว่าตอนแรกมีต่อต้านบ้าง เข้าใจในทันทีบ้าง และไม่เข้าใจจนต้องอ่านแล้วอ่านอีกหลายรอบบ้าง คนเขียนไม่ได้ชี้นำ เขาเพียงอธิบายวิธีการคิดแยกแยะเหมือนการผ่าผลไม้เพื่อดูข้างในอันแสนจะแตกต่างจากภาพข้างนอกที่เห็น ซึ่งผู้อ่านจะนำไปคิดต่อยอดออกไปอีกได้แค่ไหน หรือนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างคงขึ้นอยู่กับแต่ละคน
ผมใช้เวลาอีกหลายวันอ่านอย่างตั้งใจและไม่รีบร้อนจนครบถ้วนทั่วทุกตัวอักษรในเล่ม ไม่เหลือไว้แม้ตัวหนังสือบนสันปก หลังปิดหนังสือลงผมกลับคิดว่ามันไม่ใช่หนังสือช่างสอน(How to)หรอก แต่มันเป็นหนังสือช่างคิดที่แตกประเด็นเรื่องธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องน่าขบคิด ยิ่งคิดตามยิ่งสนุก ผมเริ่มรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ “น่าคบ”
มันทำให้ผมเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น เริ่มมองคนจากข้างใน(ตรงกลางใจ)ออกมาข้างนอกแทนที่จะมองจากข้างนอกก่อนแล้วค่อยลึกเข้าไปข้างในเหมือนเช่นเคย แม้ผมมั่นใจว่าตัวเองมองโลกไม่เหมือนใครแต่เพียงได้อ่านตัวอักษรสีขาวบนหน้ากระดาษดำที่เย็บรวมกันเป็นเล่มนี้จบลงกลับทำให้โลกของผมเปลี่ยนไปอีกครั้ง และมันน่าสนุกมากเมื่อรู้ว่ายังมีวิธีการมองโลกหลายแบบ ขอเพียงเราไม่ยึดติดกับ(ตรงกลางใจของ)ตัวเอง เราก็จะพบว่าผู้คนเดิมๆและโลกใบเดิมดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง..
เขียนถึงโดย:
สิขเรศ เอี่ยมประชา เว็บไซท์: http://hypermonkey.exteen.com
เสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖.๓๐ น.
หมายเหตุ: บทวิจารณ์ที่นำมาลงใน blog นี้ เป็นบทวิจารณ์ที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน เป็นบทที่ได้ทำการแก้ไขปรับปรุงล่าสุดสำหรับลงในคอลัมน์ "นิสัย-หนังสือ" ในนิตยสารอ่านเอาเรื่อง ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๖ เดือนเมษายน ๒๕๕๒ แต่ทางกองบรรณาธิการไม่ได้นำลง (เนื่องจากใช้บทก่อนหน้านี้ลงไปก่อนแล้ว) จึงนำมาให้อ่านกันใน Blog
รายละเอียดหนังสือ:
ชื่อหนังสือ: ตรงกลาง ที่ต่างกัน / A CENTRE OF NOWHERE
ผู้เขียน: โอ เทพรัตน์ (เทพรัตน์ สงเคราะห์)
e-mail: o@absolutebase.com
ราคา: 245 บาท
ISBN 978-974-10-1130-8
Barcode: 9789741011308
ประเภทหนังสือ: 1. ธรรมะ 2. จิตวิทยาประยุกต์ 3. ธรรมะวิทยาศาสตร์ 4. วรรณกรรม
ปีพิมพ์: พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2551 / พิมพ์ครั้งที่ 2 มิถุนายน 2551 / พิมพ์ครั้งที่ 3 กรกฎาคม 2551
ขนาด (w x h): 135 x 195 mm.
ปก / จำนวนหน้า: ปกอ่อน / 321 หน้า
สำนักพิมพ์: แอบโซลูท พับลิชชิ่ง จำกัด
เลขที่ 32 ซอยศุภราช 1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 02-615-4747 ต่อ 202 โทรสาร 02-615-4747 ต่อ 111
เว็บไซท์: http://www.absolutebase.com
E-mail: center@absolutebase.com

ไม่ได้แวะมานานเลย สบายดัไม๊คะ
#1 By (^_^)/nana on 2009-05-02 23:25