ดิ้นรน

posted on 20 Sep 2008 13:52 by hypermonkey  in Stories

 ดิ้นรน

แววตาเหม่อลอยของเพื่อนที่แวะมาเยี่ยมเยียนทำให้ผมรู้สึกแปลกใจไม่น้อย  อะไรกันที่ทำให้คนยืนเหม่อมองจ้องขึ้นไปบนต้นไม้ได้นิ่งนานขนาดนั้น  เหมือนเขาปล่อยใจให้ล่องลอยไปอย่างไร้จิตวิญญาณ 

ครั้นเมื่อถามดู  ก็ได้ความว่า..

เพิ่งตกงานเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้  รู้สึกเลยว่าชีวิตมันว่างโหวงเหวงไร้จุดหมาย  เงินที่สะสมไว้ก็อยู่ได้อีกแค่ ๕ เดือน  เดือนที่ ๖ และเดือนต่อๆไปจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้เลย  ออกจากงานมาก็ไม่กล้าบอกให้พ่อแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดได้รับรู้กลัวท่านไม่สบายใจ  จะมีรู้ก็แต่แฟน  ก็มานั่งกังวลอีกว่าถ้าไม่มีงานทำ  ปล่อยให้เงินร่อยหรอไปเรื่อยแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคอยดูแลแฟนของตนเอง

ผมถามไปว่า “แฟนไม่ได้ทำงานหรือ”?

ก็ได้คำตอบว่า “ทำสิ แต่ด้วยความที่เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัว อย่างไรเสียก็ต้องดูแลแฟนด้วย อยากได้อะไรอยากทำอะไร ซื้อข้าวของใช้จำเป็นต่างๆก็อยากจะช่วยกันไม่ให้ตกเป็นภาระของแฟนอยู่คนเดียว”

อืม..ฟังแล้วรู้สึกดี  ถ้าผู้ชายทุกคนมีความรับผิดชอบแบบนี้เหมือนๆกันหมด  ครอบครัวส่วนใหญ่ก็น่าจะเต็มไปด้วยความอบอุ่น  และไม่มีปัญหาการหย่าร้างมากมายอย่างปัจจุบัน  หรือถึงจะมีก็ไม่น่าจะมากมายเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

“แล้วไม่ไปหาสมัครงานดูล่ะ”? (เป็นคำถามโง่ๆคำถามหนึ่งที่ผมเอ่ยถามไปแล้วรู้สึกอยากดูดคำถามเหล่านั้นกลับเข้าปากตัวเอง)

“สมัครไม่รู้จะสมัครยังไงอยู่แล้ว ยังไม่ได้งานเลยเนี่ย”

“แล้วมีใครเรียกสัมภาษณ์บ้างไหม”?

“มีสิ..หลายบริษัทพอสมควร วิธีการสัมภาษณ์แปลกๆ บางบริษัทก็ให้ทำข้อสอบประหลาดๆ เหมือนพวกปัญหาเชาวน์ที่เขาเอาไว้ให้เด็กทำ แต่นี่เอามาเป็นข้อสอบสำหรับคนที่สมัครตำแหน่งวิศวกร”

“อ้อ..นายสมัครตำแหน่งวิศวกรหรือ แต่ก็เรียนมาด้านนี้อยู่แล้วนี่ งานที่เคยทำก่อนหน้านี้ก็ตำแหน่งวิศวกร ว่าแต่ว่าข้อสอบที่ว่าแปลกๆน่ะ ยังไงหรือ”?

“ก็อย่างเช่น มีไก่และหมูอยู่จำนวนหนึ่ง ถ้านำทั้งไก่และหมูมารวมกันและนับได้ ๒๕ หัวกับอีก ๘๐ ขาจะเท่ากับว่ามีไก่กี่ตัวและมีหมูกี่ตัว”?

???

“จริงเหรอ”?

“จริงสิ..ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีอีกนะ เช่นให้เอาเลข ๑ ถึง ๑๐๐ มาบวกกันทั้งหมดจะได้ออกมาเป็นจำนวนเท่าไร? เช่น ๑+๒+๓+๔+๕+๖+๗+๘+๙+๑๐+..... ไปเรื่อยๆจนถึง ๑๐๐ จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเท่าไรก็ต้องตอบไป มีตั้งยี่สิบข้อแน่ะคิดกันหัวแทบแตกเลย”

“โอ้โห..แปลกจริงๆด้วย แล้วเขาเรียกไปสอบคนเดียวเลยหรือ หรือว่ามีคนอื่นด้วยอะ”?

“ก็ไปสอบพร้อมกัน ๔ ถึง ๕ คนนะ อ้อ..ถ้าคิดว่านี่แปลกแล้วละก็ ยังมีแปลกกว่านี้อีกนะ ตอนไปสัมภาษณ์น่ะ คนละวันกันกับที่สอบปัญหาเชาว์นี่นะ เขาไม่ถามรายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์และความรู้ที่เรามีเลย แต่เขาถามเรื่องส่วนตัวทั้งหมดเลย นิสัยยังไง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เวลาว่างชอบทำอะไร มีแฟนไหม แต่งงานหรือยัง มีลูกไหม กินเหล้าหรือเปล่า เวลาโกรธทำยังไง เวลาเครียดทำให้หยุดเครียดยังไง เวลาสบายใจทำอะไร แล้วไอ้คำถามที่ว่าเวลาว่างชอบทำอะไรนี่แหละที่เราตอบเขาไปว่าเล่นกีตาร์ เขาก็ถามว่าแล้วร้องเพลงด้วยไหม เราก็บอกว่าร้อง เขาก็ให้เราร้องเพลงให้ฟังละ”!

“เฮ้ย..จริงเหรอ แล้วนายทำไง”?

“ก็ร้องเพลงให้เขาฟังน่ะสิ จะไปว่าไง”

“จะบ้าไปใหญ่แล้ว เพิ่งเคยได้ยินนะเนี่ยว่ามีการสัมภาษณ์และให้ทำข้อสอบประหลาดแบบนี้ด้วย บริษัทอะไรเนี่ย ใหญ่ไหม”?

“บริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งในเมืองไทยเชียวละ เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่เมืองไทยมานานหลายสิบปีแล้ว เอ่ยชื่อไปไม่มีใครไม่รู้จักหรอก”

“คนสัมภาษณ์เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ย ทำไมมันแปลกๆอย่างนี้ ให้นายร้องเพลงให้ฟังด้วย”?

“ผู้หญิงน่ะ เป็นผู้หญิงสองคน”

“แล้วเขาไม่เลือกนายเข้าทำงานเหรอ”?

“ยังไม่รู้หรอก ผลยังไม่ออก เขาให้รอตั้งเดือนนึง เขามีให้เราไปสอบโทอิกด้วยโดยเขาให้ราคาพิเศษ เป็นราคาเหมือนส่งพนักงานในโควต้าของบริษัทไปสอบ แต่ต้องไปคนละที่กับบริษัทนะไปแถวสุขุมวิทนู่นแน่ะ แล้วสถานที่สอบก็จะส่งคะแนนสอบของเรากลับไปที่บริษัทเขาเอง เราก็ไม่รู้ว่าคะแนนสอบจะออกมายังไง เขาว่าเขาจะต้องเอาคะแนนสอบโทอิก กับคะแนนสอบเชาวน์ แล้วก็ผลการสัมภาษณ์ไปรวมกันเพื่อพิจารณาว่าใครเหมาะสมที่สุดที่จะทำงานกับเขาน่ะ”

“ไอ้ที่เรียกไปคุย ๔ ถึง ๕ คนเนี่ยเขารับแค่คนเดียวเหรอ”?

“เปล่านะ..เห็นว่าจะรับ ๔ คน แต่เขาก็บอกตรงๆเลยว่าเขาจะเรียกสัมภาษณ์เพิ่ม เพื่อดูว่าใครที่เหมาะสมกับงานเขามากที่สุด ตอนนี้รับไปแล้ว ๑ คน แต่เขาก็ไม่ได้ตัดคนที่สัมภาษณ์ไปแล้วออก เพียงแต่ต้องการเปรียบเทียบดูว่าใครเหมาะสมที่สุดก็จะเลือกอีก ๓ คนที่เหลือภายในสิ้นเดือนนี้”

“แล้วคิดว่าเขาจะรับนายไหม”?

“ก็คิดอยู่เนี่ย กลัวจะไม่ได้ ที่แวะมาหานายเนี่ยก็เพราะไม่สบายใจ เห็นนายเป็นคนมองโลกในแง่ดีก็อยากจะมาขอกำลังใจหน่อยว่าถ้าไม่ได้งานขึ้นมาจะทำยังไงดี ปล้ำอยู่กับบริษัทนี้มาเป็นเดือนแล้วเนี่ย เรียกไปสอบนู่นนี่อยู่หลายครั้งจนรู้สึกเริ่มท้อ ถ้าไม่ได้ขึ้นมาจะทำใจยังไงให้ไม่คิดมาก”

“อ้อ..ถ้าไม่ได้ขึ้นมา นายก็คิดซะว่า นายร้องเพลงไม่เพราะก็แล้วกัน ก็ตอนสัมภาษณ์เขาให้นายร้องเพลงให้ฟังไม่ใช่เหรอ บริษัทนี้เขาคงบ้านักร้องน่ะ ก็ไม่ต้องไปเสียใจหรอก ถ้าวงบอดี้แสลมไปสมัครก็คงได้งานกันทั้งวงแหละ พอดีนายไม่ใช่นักร้องอาชีพไง คราวหน้าก็ฝึกเล่นกีตาร์ร้องเพลงให้มากขึ้น ถ้ามีโอกาสก็ลองฝึกเต้นโชว์สเต็ปให้เขาดูด้วยก็ได้ เผื่อโอกาสได้งานจะมากขึ้น”

ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..
แล้วเราก็หัวเราะกัน  เสียงดังลั่นไปหมด,,,

 

เขียนและภาพประกอบโดย: สิขเรศ เอี่ยมประชา (HyPeR MonKeY)
เขียน ณ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๑ เวลา: ๑๓.๐๒ นาฬิกา

 หมายเหตุ:  ต้นฉบับนี้เป็นงานเขียนทดลอง ที่คุ้มครองโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอกไปเผยแพร่ในสื่ออื่นใดเช่น  เว็บไซท์  เว็บล็อค  อีเมล์  หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อป้องกันบุคคลอื่นนำไปแปลเปลี่ยน  หรือแก้ไขดัดแปลงให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับจริง  อนุญาตเพียงให้ทำลิงค์กลับมาอ่านจากต้นฉบับนี้โดยตรงเท่านั้น 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

sad smile กำลังจะเป็นแบบนี้

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-09-20 19:33

อะครับ ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ จะอย่างไรก็ตามขอให้พบเจอแต่สิ่งดีๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีงาน ไม่มีงาน งานออฟฟิส หรืองานส่วนตัวก็ตามนะครับ confused smile

#2 By HyPeR MonKeY on 2008-09-20 21:21

อยากได้งานที่ทำแล้วสุขใจ พอเลี้ยงตัวเองและครอบครัวอยู่รอดกับสภาวะเศษฐกิจแบบนี้ครับ

เป็นกำลังใจให้พี่เช่นกันครับbig smile

#3 By redtear on 2008-09-20 21:37

ขอบคุณ readtear ที่เข้ามาอ่าน มาทักทายพูดคุยกันนะครับ ผมขอให้ได้งานที่ทำแล้วสุขใจ เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจตามที่ต้องการนะครับ big smile

#4 By HyPeR MonKeY on 2008-09-20 22:00

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับbig smile

#5 By redtear on 2008-09-21 17:05

ขอบคุณเช่นกันครับ redtear ที่ติดตามอ่านผลงานของผมมาโดยตลอด และก็ Comment ทักทายกันอย่างสม่ำเสมอจริงๆครับ confused smile

#6 By HyPeR MonKeY on 2008-09-21 21:53

"ถ้าไม่ได้ขึ้นมา นายก็คิดซะว่า นายร้องเพลงไม่เพราะก็แล้วกัน" ฮ่า ฮ่า ฮ่า .... ชอบคำปลอบใจตรงนี้ชะมัด !!!

ทุกวันนี้ก็คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ในโลกนี้ไม่ใช่มีเราคนเดียวที่ผิดหวัง หรือสูญเสีย
ขอเป็นกำลังใจให้มีแรงต่อสู้ต่อไปนะ อาจสมหวังหรือผิดหวังบ้าง อย่าเพิ่งท้อ ... มีมือมีสมองเหมือนกันทุกคน จู้ เอ๊ย สู้ สู้

#7 By หมวย น. (125.25.154.243) on 2008-10-06 18:47

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดแบบนี้ครับ confused smile

#8 By HyPeR MonKeY on 2008-10-11 02:45

มันดี ขำกลิ้ง

#9 By น้อง (124.121.158.140) on 2008-12-06 19:19

มันดี ขำกลิ้ง

#10 By น้อง (124.121.158.140) on 2008-12-06 19:19