ผู้หญิงคนนั้น
วันหนึ่งที่งานแสดงภาพถ่ายเพื่อการรณรงค์ให้ชาวโลกช่วยกันลดภาวะโลกร้อน “Global Warming Days” กลางเมืองกรุงเทพฯ งานน่าสนใจ มีการนำภาพถ่ายสวยๆจากทั่วโลกขยายใหญ่มาตั้งโชว์พร้อมคำบรรยาย เป็นนิทรรศการกลางแจ้ง ผมเดินดูจนรอบ ถ่ายภาพบรรยากาศของงานไว้อย่างมากมาย เขาจัดได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องของภูมิทัศน์ และตำแหน่งที่ใช้ในการจัดงาน
เราได้อาบแสงอาทิตย์ที่ไม่ร้อนจัดจ้านจนเกิดไป ดูน้ำพุเต้นระบำที่จุดกึ่งกลางของงานนิทรรศการ เสียงผู้คนพูดคุยทักทายกันสลับกับเสียงสาดกระเซ็นของน้ำพุ มีเสียงเคลื่อนตัวที่เบาแต่ทรงพลังของรถไฟลอยฟ้าเบื้องบนให้ได้ยินเป็นระยะ ภาพรถไฟฟ้าเคลื่อนตัวที่แทบจะไม่ส่งเสียงรบกวนเรา มันวิ่งเหนือราง เหมือนมีระยะที่ลอยห่างกันอยู่นิดๆด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กทำให้รถทั้งคันลอยตัวเล็กน้อยในขณะวิ่ง ไม่ได้สัมผัสกับรางโดยตรงเหมือนรถไฟดีเซลที่เราต่างคุ้นเคยกันดี
ภาพสถาปัตยกรรมกลางเมืองมากมายสลับล้อเลียนภาพภูเขาสูงตระหง่านและทุ่งหญ้าเขียวขจีในนิทรรศการภาพถ่าย ภาพผู้คนในชนบทของประเทศต่างๆ พาหนะ เครื่องมือเครื่องไม้ เครื่องใช้ไม้สอย หรือแม้แต่สิ่งปลูกสร้างสารพัดแบบที่ล้อเลียนไปกับภาพความจริงใจขณะนั้น ตึกสูงตั้งซ้อนเหลื่อมและรถไฟลอยฟ้าที่วิ่งตีวงล้อมผ่านสถานที่นิทรรศการไป รวมถึงการจราจรโดยรอบพื้นที่ ที่เคลื่อนตัวกันอยู่เป็นระยะ เสมือนเส้นเลือดชีวิตของสังคมเมืองที่กำลังสูบฉีดผ่านหัวใจที่แท้จริง ผู้คนมากมายส่งเสียงหัวเราะ เราแทบจะรู้สึกว่าเรากล่าวคำทักทายกัน แม้จะไมได้พูดกันสักคำ ต้นไม้สีเขียวยังคงพลิ้วไหวให้ได้เห็นในบริเวณรอบๆงานเป็นเครื่องยืนยันว่าเรายังมีแรงบันดาลใจที่จะสานต่อเจตนารมณ์ที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม ถึงกระนั้นทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกันเบื้องหน้าของเราก็ดูเหมือนจะล้อเลียนล้อเล่นกันได้อย่างลงตัว เป็นความเหมือนที่แตกต่าง เสมือนหลากความขัดแย้งที่กลมกลืน
ขณะกำลังเพลินอยู่กับงานนิทรรศการนั้น ผมเหลือบไปเห็นห้องจัดแสดงสไลด์ประกอบเสียง ด้านในมีลูกโลกกลมใหญ่ใบโตเบ้อเริ่มหมุนไปมา แสงจากเครื่องฉายสไลด์สามมิติส่องฉายภาพแผนที่โลก และข้อความรณรงค์การช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ผู้หญิงที่ดูแลห้องแสดงสไลด์กล่าวคำทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมถามว่า “เป็นคนไทยหรือเปล่าคะ”? ผมยิ้มและกล่าวคำทักทายตอบพร้อมกับบอกว่า “คนไทยครับ” คิดอยู่ว่าหน้าประมาณนี้ถ้าไม่ไทยก็ไม่พ้นโซนเอเชียละนะ เธอกล่าวต่อว่า “ถ่ายรูปได้ทั้งหมดนะคะในห้องฉายสไลด์นี้” และเธอก็ส่งยิ้มสวยอีกครั้ง พูดจาไพเราะด้วยมิตรภาพแสนดี อย่างน้อยก็ได้รับยิ้มสวยๆจากคนแปลกหน้าที่เราต่างก็ไม่รู้จักกัน
ผมเดินเข้าไปดูโดยรอบ นอกจากลูกโลกสามมิติที่แสดงสไลด์ประกอบเสียงแล้ว ยังมีภาพและข้อความเป็นตู้ไฟอยู่โดยรอบแสดงให้เห็นเหตุอันทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน และผลที่จะตามมา แสดงแผนที่ประเทศไทยที่จะถูกน้ำท่วมเข้ามาจนถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร น่าตื่นเต้นและน่าตระหนกในขณะเดียวกัน
สักพักเพื่อนคนหนึ่งเดินมาสะกิดให้หันไปดู “ผู้หญิง”
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นชาวต่างชาติโซนเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง หรืออะไรทำนองนั้น เธอยืนดูภาพและอ่านข้อความจากตู้ไฟอย่างไม่สนใจใคร มองจากด้านหลังรู้สึกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีสไตล์ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง สังเกตได้จากชุดที่เธอใส่ และกระเป๋าที่เธอสะพายอยู่ซึ่งเป็นตุ๊กตาตัวเบ้อเริ่มลักษณะเซอร์ๆ เจ้าตุ๊กตาตัวโตของเธอมีที่คาดปิดตาสีดำเหมือนโจรสลัด ผมชอบชะมัดเลย เธอเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างที่ดูกลมกลืนสำหรับงานนิทรรศการในวันนี้ อย่างที่บอกแต่แรก หลายสิ่งหลายอย่างดูขัดแย้งแต่กลมกลืน
หากเธอแค่เดินผ่านงานนิทรรศการ และแค่เหลียวมองภาพถ่ายต่างๆและเดินผ่านไปเหมือนบางคน เธอก็คงไม่น่าสนใจสำหรับผม แต่..เธอเลี้ยวเข้ามาดูภาพ เข้ามาอ่านข้อความ สนใจในรายละเอียดของนิทรรศการอย่างจริงจัง เธอยืนอ่านข้อความอยู่นานพอที่จะทำให้ผมได้ทันเก็บภาพของเธอในอิริยาบถที่เป็นธรรมชาติในขณะนั้น
สำหรับวันนี้ หลายสิ่งหลายอย่างทำให้ผมยิ้มได้ มีความสุขที่ได้มา ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้สภาวะของโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมตระหนักดีว่าทุกคนมีส่วนร่วมในความเสียหายที่เกิดขึ้น และทุกคนอีกเช่นกันที่จะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบแก้ไข ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เชื้อชาติศาสนาใด มีความชอบหรือทัศนะคติแบบใด แต่งตัวแบบใด สิ่งเหล่านั้นหาได้เป็นตัวกำหนดบทบาทของแต่ละคนไม่ สิ่งสำคัญอยู่ข้างในหัวใจและสามัญสำนึกของทุกคนต่างหาก
เดินออกมาจากห้องแสดงสไลด์ แสงแดดยังคงส่องผ่านล้อเล่นกับหยดน้ำที่สาดกระเซ็นจากบ่อน้ำพุเต้นระบำทรงกลมขนาดใหญ่ ผู้คนยังคงพูดคุยทักทายส่งเสียงหัวเราะ รถไฟฟ้ายังคงตีโค้งวนผ่านเบื้องบนของงานนิทรรศการ ความแตกต่างที่กลมกลืนยังคงมีให้เห็นอยู่เหมือนเดิม
อีกครั้งที่ผมหันกลับไปมองตอนที่เห็นเธอก้าวเดินออกมาจากห้องแสดงสไลด์นั้น เธอหันมายิ้มให้ผม ผมยิ้มให้เธอเช่นกัน เราต่างเดินจากกันไปด้วยรอยยิ้มและความรู้สึกดีๆ แม้เราจะไม่รู้จักกันแต่เราก็ได้ทักทายกัน
และเธอ ก็มีส่วนทำให้ “โลก” ในมุมมองของผม
เปลี่ยนไป..
เขียนโดย: สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
ภาพประกอบ: สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา: ๑๔.๑๑ นาฬิกา
หมายเหตุ: ต้นฉบับนี้เป็นงานเขียนทดลอง ที่คุ้มครองโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอกไปเผยแพร่ในสื่ออื่นใดเช่น เว็บไซท์ เว็บล็อค อีเมล์ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อป้องกันบุคคลอื่นนำไปแปลเปลี่ยน หรือแก้ไขดัดแปลงให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับจริง อนุญาตเพียงให้ทำลิงค์กลับมาอ่านจากต้นฉบับนี้โดยตรงเท่านั้น