ฝากแม่ซื้อ
วันหนึ่งแวะไปบ้านเพื่อน ขณะกำลังกดกริ่งหน้าบ้านเห็นถุงพลาสติกใสใส่พวงมาลัยเล็กๆสองพวงห้อยอยู่ตรงประตูรั้ว ก็ถามเพื่อนไปว่า “ใครเอาพวงมาลัยมาห้อยไว้ที่ประตูเนี่ย”?
เพื่อนตอบว่า “อ๋อ..แม่สั่งไว้น่ะให้คนขายพวงมาลัยเอาพวงมาลัย ๒ พวงมาห้อยไว้ทุกวันพระ” พอสิ้นเดือนเค้าก็จะมาเก็บเงิน จะได้ไม่ต้องคอยไปหาซื้อที่ไหน คนขายพวงมาลัยส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าวันไหนเป็นวันพระบ้าง สังเกตจากแผงขายพวงมาลัยมักมีแผ่นป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมเขียนวางไว้ว่า..
“พรุ่งนี้วันพระ” หรือ “วันนี้วันพระ” เพื่อเตือนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาซื้อพวงมาลัยกลับไปไหว้พระ แต่สำหรับบ้านเพื่อน ถ้าเดินออกมาหน้าบ้านแล้วเจอถุงใสๆใส่พวงมาลัยห้อยอยู่ก็เป็นสิ่งเตือนได้เป็นอย่างดีว่าวันนี้วันพระ
“แล้วมีค่าส่งไหม”?
“ไม่มีนะ..เค้าอยู่ในซอยใกล้ๆกันนี่แหละ แค่เดินแวะมาให้เท่านั้น ๒ พวงก็ยี่สิบบาทน่ะ”
“เอ้อ..ถูกดี ดีเหมือนกันนะได้ไหว้พระทุกวันพระเลย”
“อื้อ ไม่เคยลืมเลย ขนาดออกไปทำงาน หรือไปธุระข้างนอกบ้านถ้ากลับมาเจอพวงมาลัยห้อยอยู่หน้าบ้านละก็แสดงว่าวันพระละ ก็หิ้วเข้าบ้านเข้าไปไหว้พระเลย หรือบางทีก็ใส่ตู้เย็นไว้ก่อนไว้ไหว้พระตอนค่ำๆ”
เพื่อนยังบอกอีกว่าไม่ใช่มีเฉพาะพวงมาลัยนะที่แม่สั่งไว้ ยังมีของอื่นๆอีกด้วย เช่นยาตลับเขียวๆสำหรับทารักษาอาการอักเสบต่างๆเช่นรักษาสิว เป็นยาที่ได้ผลดีมากเลยนะ ต้องสั่งจากต่างประเทศนู่น ไม่รู้แม่สั่งใครมา ถ้าหมดเมื่อไหร่ก็จะมีตลับใหม่มาให้ทุกที พอถามว่าซื้อมาจากไหน แม่ก็จะตอบว่าฝากคนที่ทำงานซื้อมาจากต่างประเทศ ก็ไม่เคยรู้ว่าซื้อจากประเทศไหน ราคาเท่าไหร่ แต่แม่เคยบอกว่าเมืองไทยไม่มีขาย ก็เลยไม่ได้สนใจเพราะหมดทีไรก็มีตลับใหม่มาทุกที แต่ตอนนี้ตลับสุดท้ายใกล้หมดแล้ว และมันเก่าแล้วด้วย อยากได้ตลับใหม่มากเลย แล้วเพื่อนก็หยิบมาให้ดู
“ช่วยค้นหาในอินเทอร์เน็ตให้หน่อยสิ มีที่ไหนขายยาแบบนี้ให้สั่งซื้อได้บ้าง ถ้าสั่งซื้อได้เองจะได้ไม่ต้องไปลำบากหาฝากใครซื้อมาให้อีก”
ผมรับมาดู เป็นว่าเป็นยาตลับโลหะสีเขียว เปิดดูข้างในเป็นเนื้อครีมเข้มข้นสีออกไปทางขาว ก็เลยลองเปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาดู พบว่ายานี่ขายอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตลับหนึ่งราคาตกประมาณ ๑๐๐ บาทขาดเกินไม่มาก นี่ยังไม่รวมค่าขนส่งข้ามประเทศนะ ก็หันไปมองหน้าเพื่อน..
“แพงเหมือนกันนะนี่”
ลองค้นต่อไปสักพักก็ไปเจอว่ามีผลิตในประเทศมาเลเซียด้วย หน้าตลับจะเขียนไม่เหมือนกัน แต่ยี่ห้อเดียวกันและเขาระบุว่าผลิตในประเทศมาเลเซียในมาตรฐานการผลิตและควบคุมโดยบริษัทที่อยู่ในประเทศอังกฤษ แต่ตลับที่ขายในมาเลเซียมีข้อความเหมือนภาษามาเลเซียเขียนไว้ที่ตลับ และที่กล่องกระดาษด้านนอกที่ใส่ตลับยาอีกทีหนึ่งด้วย แต่ที่เห็นขายในเว็บไซท์ประเทศอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษล้วน ก็เลยเข้าใจว่าบริษัทยานี้อาจจะอยู่ในประเทศอังกฤษ เพียงแต่สั่งผลิตในประเทศมาเลเซียเท่านั้น เรียกว่าขายในมาเลเซียด้วย ก็จะเป็นแบบที่หน้าตลับเป็นภาษามาเลเซีย แต่ที่ส่งไปขายที่อังกฤษ หน้าตลับก็จะเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ค่าส่งนี่สิ เขาคิดเป็นราคาค่าขนส่งต่อตลับ เรียกว่าสองเท่าของราคายากันเลยทีเดียว จะซื้อกี่ตลับก็แล้วแต่ จะบวกค่าขนส่งเท่าตัวเลย คือเรียกว่าซื้อครั้งหนึ่งก็ต้องจ่ายประมาณสองร้อยบาทต้นๆต่อตลับกันเลยทีเดียว จะซื้อกี่ตลับก็ต้องจ่ายกันไปตามนั้น ไม่มีราคาเหมา หรืออาจจะมีเว็บไซท์อื่นขายราคาถูกกว่านี้เมื่อซื้อจำนวนมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เท่าที่หาข้อมูลได้ในเบื้องต้นเขาคิดกันแบบนี้
“ฝากน้องสาวที่อเมริกาซื้อได้ไหม”? เพื่อนถาม แต่เอ..ยาผลิตที่มาเลเซียและนำไปจำหน่ายที่อังกฤษจะไปฝากน้องสาวที่อเมริกาซื้อทำไมให้มันเสียค่าขนส่งหลายทอดล่ะ? เพื่อนบอกว่า “เผื่อว่ามีขายที่อเมริกาด้วย”
ไม่รู้คิดได้ยังไง แต่ฟังดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ก็เลยถามเพื่อนไปว่า “แล้วทำไมไม่ฝากแม่ซื้อล่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ก็สั่งซื้อมาใหม่เป็นประจำไม่ใช่เหรอ ก่อนหน้านี้เห็นบอกว่าตลับเก่าหมดทีไร ก็จะมีตลับที่สั่งใหม่มาแทนที่ทุกที แล้วคราวนี้ทำไมแม่เขาปล่อยให้ตลับเก่าหมด แล้วก็เก่าขนาดนี้แล้วล่ะ ทำไมเขาไม่สั่งมาใหม่ สั่งจากคนที่สั่งซื้อกันเป็นประจำจะไม่สะดวกกว่าหรือ ค่าขนส่งแพงๆก็ไม่ต้องไปเสียให้ใครด้วย เราก็จ่ายเฉพาะค่ายา หรือหากอยากจะจ่ายค่าขนส่งหรือค่าเสียเวลาช่วยคนที่อุตส่าห์ไปซื้อยามาให้บ้างก็ถือเป็นการช่วยเหลือคนกันเองไง”
“ก็ไม่รู้นี่ว่าแม่ฝากใครซื้อ เพราะแม่บอกแต่ว่าฝากคนที่ทำงานซื้อ แล้วเราก็ไม่สนิทกับคนที่ทำงานแม่ ไม่ได้ติดต่อใครและไม่ได้เข้าไปที่ทำงานแม่นานแล้วด้วย”
“อ้าว..งง ก็แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะ ว่าฝากซื้อยาหน่อย ทำไมเราถึงต้องไปคุยกับคนที่ทำงานแม่เองด้วยล่ะ”?
“แม่เราตายแล้ว”!!
......เฮ้ย!! เหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเราไม่รู้เลยเนี่ย..
“หลายปีแล้วละ แม่เราป่วยกะทันหันด้วยอาการมะเร็งในสมอง คือเป็นมากแล้วละ ไม่รู้ตัวมาก่อนเพราะแม่ก็ไม่เคยบอกเลยว่ามีอาการอะไรผิดปกติ แค่บ่นว่าปวดหัวบ่อยเท่านั้นเอง ก็ไม่มีใครเอะใจว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง เพราะปกติแม่เป็นคนเครียด คิดมากก็คิดว่าปวดหัวเป็นเรื่องปกติ พอวันนึงก็ล้มตึงหน้าประตูบ้านเลย แต่ดูเหมือนแม่จะรู้ตัวก่อน ก่อนที่แม่จะล้มลงตอนพยายามไขประตูเข้าบ้านหลังกลับจากธุระข้างนอกแม่ไปกดออดเรียกเพื่อนบ้านว่าให้ช่วยหน่อยแม่รู้สึกเวียนศีรษะจะเป็นลม จากนั้นก็ล้มหมดสติไปเลย เพื่อนบ้านมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ตอนนั้นพอลูกๆกลับมาตกใจกันใหญ่หลังรู้ข่าวจากเพื่อนบ้านก็รีบตามแม่ไปที่โรงพยาบาล หมอก็บอกว่าแม่เป็นมะเร็งในสมอง ก็รักษากันสุดความสามารถอยู่ไม่นานแม่ก็จากไป”
“เราเสียใจด้วยนะ คนเรานี่อะไรจะเกิดนี่ห้ามกันไม่ได้จริงๆนะ แค่ไม่เจอเพื่อนไม่กี่ปี แวะมาอีกทีแม่เสียซะแล้ว แม่เค้าไปดีแล้วละ ต่อไปเราก็ต้องเข้มแข็งทำตัวดีๆให้แม่ภูมิใจนะ ให้สมกับที่แม่เค้ารักเราและดูแลเรามาตลอด”
“อืม..เราก็ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดละ”
“แล้วพวงมาลัยนั่น”!!
“อ๋อ..แม่เค้าสั่งไว้ก่อนที่เค้าตายไง คนขายพวงมาลัยก็มาส่งต่อเนื่องโดยไม่รู้ว่าคนที่สั่งน่ะตายไปแล้ว ทุกวันนี้บางทียังมาถามหาคุณป้าที่สั่งพวงมาลัยอยู่เลย เค้ามาเก็บเงิน เราก็เอาเงินไปให้เค้าแล้วก็บอกว่าคุณป้าเสียแล้ว เค้าก็ตกใจ และถามว่าแล้วจะยังให้เค้ามาส่งพวงมาลัยอยู่อีกไหม เราคิดถึงแม่ก็เลยบอกเค้าให้เอามาส่งเรื่อยๆ ทุกวันนี้เค้าก็เลยยังเอามาส่งให้เราอยู่ มาส่งทีไรเราก็จะนึกเหมือนว่าแม่ยังอยู่ทุกทีเลย ก็เอาไปไหว้พระแทนแม่”
“น่าใจหายจังเลยนะ ของที่คนตายสั่งไว้ให้คนเป็น นี่ถ้ายานั่นถูกสั่งให้มาส่งที่บ้านไม่ใช่ที่ทำงาน ก็คงยังมีคนนำมาส่งอย่างต่อเนื่องเหมือนพวงมาลัยนะ”!!
“ใช่”
“อ้อ..แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่ภาวะเศรษฐกิจของเรากำลังย่ำแย่ อยู่ดีๆก็มีจดหมายมาที่บ้านจ่าหน้าซองถึงแม่ แต่..แม่ตายไปหลายปีแล้วใครๆก็รู้ พอเปิดซองขึ้นมามีเช็คเงินสดอยู่ในนั้นหลายพันบาทเลยละ เป็นเงินทุนอะไรสักอย่างที่แม่เค้าไปลงทุนไว้ แล้วมันเป็นเงินปันผลที่เพิ่งออกมา ตอนนั้นเกือบร้องไห้เลยละ ขนาดแม่ตายแล้ว ตอนเราเดือดร้อน แม่ยังส่งเงินมาให้เราเลยละ”
“คิดถึงแม่จัง”
เขียนโดย: สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
ภาพประกอบ: สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา: ๑๑.๔๓ นาฬิกา
หมายเหตุ: ต้นฉบับนี้เป็นงานเขียนทดลอง ที่คุ้มครองโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอกไปเผยแพร่ในสื่อใดๆเช่น เว็บไซท์ เว็บล็อค อีเมล์ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อป้องกันบุคคลอื่นนำไปแก้ไขดัดแปลงให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับทดลอง อนุญาตเพียงให้ทำลิงค์กลับมาที่ต้นฉบับนี้โดยตรงเท่านั้น