2008/Jun/22

 


ฝากแม่ซื้อ

วันหนึ่งแวะไปบ้านเพื่อน  ขณะกำลังกดกริ่งหน้าบ้านเห็นถุงพลาสติกใสใส่พวงมาลัยเล็กๆสองพวงห้อยอยู่ตรงประตูรั้ว  ก็ถามเพื่อนไปว่า “ใครเอาพวงมาลัยมาห้อยไว้ที่ประตูเนี่ย”?

                เพื่อนตอบว่า “อ๋อ..แม่สั่งไว้น่ะให้คนขายพวงมาลัยเอาพวงมาลัย ๒ พวงมาห้อยไว้ทุกวันพระ” พอสิ้นเดือนเค้าก็จะมาเก็บเงิน  จะได้ไม่ต้องคอยไปหาซื้อที่ไหน  คนขายพวงมาลัยส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าวันไหนเป็นวันพระบ้าง  สังเกตจากแผงขายพวงมาลัยมักมีแผ่นป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมเขียนวางไว้ว่า..

                “พรุ่งนี้วันพระ” หรือ “วันนี้วันพระ” เพื่อเตือนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาซื้อพวงมาลัยกลับไปไหว้พระ  แต่สำหรับบ้านเพื่อน  ถ้าเดินออกมาหน้าบ้านแล้วเจอถุงใสๆใส่พวงมาลัยห้อยอยู่ก็เป็นสิ่งเตือนได้เป็นอย่างดีว่าวันนี้วันพระ

                “แล้วมีค่าส่งไหม”?

            “ไม่มีนะ..เค้าอยู่ในซอยใกล้ๆกันนี่แหละ แค่เดินแวะมาให้เท่านั้น ๒ พวงก็ยี่สิบบาทน่ะ”

                “เอ้อ..ถูกดี ดีเหมือนกันนะได้ไหว้พระทุกวันพระเลย”

                “อื้อ ไม่เคยลืมเลย ขนาดออกไปทำงาน หรือไปธุระข้างนอกบ้านถ้ากลับมาเจอพวงมาลัยห้อยอยู่หน้าบ้านละก็แสดงว่าวันพระละ ก็หิ้วเข้าบ้านเข้าไปไหว้พระเลย หรือบางทีก็ใส่ตู้เย็นไว้ก่อนไว้ไหว้พระตอนค่ำๆ”

                เพื่อนยังบอกอีกว่าไม่ใช่มีเฉพาะพวงมาลัยนะที่แม่สั่งไว้  ยังมีของอื่นๆอีกด้วย  เช่นยาตลับเขียวๆสำหรับทารักษาอาการอักเสบต่างๆเช่นรักษาสิว  เป็นยาที่ได้ผลดีมากเลยนะ  ต้องสั่งจากต่างประเทศนู่น  ไม่รู้แม่สั่งใครมา  ถ้าหมดเมื่อไหร่ก็จะมีตลับใหม่มาให้ทุกที  พอถามว่าซื้อมาจากไหน  แม่ก็จะตอบว่าฝากคนที่ทำงานซื้อมาจากต่างประเทศ  ก็ไม่เคยรู้ว่าซื้อจากประเทศไหน  ราคาเท่าไหร่  แต่แม่เคยบอกว่าเมืองไทยไม่มีขาย  ก็เลยไม่ได้สนใจเพราะหมดทีไรก็มีตลับใหม่มาทุกที  แต่ตอนนี้ตลับสุดท้ายใกล้หมดแล้ว  และมันเก่าแล้วด้วย  อยากได้ตลับใหม่มากเลย  แล้วเพื่อนก็หยิบมาให้ดู

                “ช่วยค้นหาในอินเทอร์เน็ตให้หน่อยสิ มีที่ไหนขายยาแบบนี้ให้สั่งซื้อได้บ้าง ถ้าสั่งซื้อได้เองจะได้ไม่ต้องไปลำบากหาฝากใครซื้อมาให้อีก”

                ผมรับมาดู เป็นว่าเป็นยาตลับโลหะสีเขียว  เปิดดูข้างในเป็นเนื้อครีมเข้มข้นสีออกไปทางขาว  ก็เลยลองเปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาดู  พบว่ายานี่ขายอยู่ที่ประเทศอังกฤษ  ตลับหนึ่งราคาตกประมาณ ๑๐๐ บาทขาดเกินไม่มาก  นี่ยังไม่รวมค่าขนส่งข้ามประเทศนะ  ก็หันไปมองหน้าเพื่อน..

                “แพงเหมือนกันนะนี่”

                ลองค้นต่อไปสักพักก็ไปเจอว่ามีผลิตในประเทศมาเลเซียด้วย  หน้าตลับจะเขียนไม่เหมือนกัน  แต่ยี่ห้อเดียวกันและเขาระบุว่าผลิตในประเทศมาเลเซียในมาตรฐานการผลิตและควบคุมโดยบริษัทที่อยู่ในประเทศอังกฤษ  แต่ตลับที่ขายในมาเลเซียมีข้อความเหมือนภาษามาเลเซียเขียนไว้ที่ตลับ  และที่กล่องกระดาษด้านนอกที่ใส่ตลับยาอีกทีหนึ่งด้วย  แต่ที่เห็นขายในเว็บไซท์ประเทศอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษล้วน  ก็เลยเข้าใจว่าบริษัทยานี้อาจจะอยู่ในประเทศอังกฤษ  เพียงแต่สั่งผลิตในประเทศมาเลเซียเท่านั้น  เรียกว่าขายในมาเลเซียด้วย  ก็จะเป็นแบบที่หน้าตลับเป็นภาษามาเลเซีย  แต่ที่ส่งไปขายที่อังกฤษ  หน้าตลับก็จะเป็นภาษาอังกฤษ 

                แต่ค่าส่งนี่สิ  เขาคิดเป็นราคาค่าขนส่งต่อตลับ  เรียกว่าสองเท่าของราคายากันเลยทีเดียว  จะซื้อกี่ตลับก็แล้วแต่  จะบวกค่าขนส่งเท่าตัวเลย  คือเรียกว่าซื้อครั้งหนึ่งก็ต้องจ่ายประมาณสองร้อยบาทต้นๆต่อตลับกันเลยทีเดียว  จะซื้อกี่ตลับก็ต้องจ่ายกันไปตามนั้น  ไม่มีราคาเหมา  หรืออาจจะมีเว็บไซท์อื่นขายราคาถูกกว่านี้เมื่อซื้อจำนวนมากหรือเปล่าก็ไม่รู้  แต่เท่าที่หาข้อมูลได้ในเบื้องต้นเขาคิดกันแบบนี้

                “ฝากน้องสาวที่อเมริกาซื้อได้ไหม”? เพื่อนถาม  แต่เอ..ยาผลิตที่มาเลเซียและนำไปจำหน่ายที่อังกฤษจะไปฝากน้องสาวที่อเมริกาซื้อทำไมให้มันเสียค่าขนส่งหลายทอดล่ะ?  เพื่อนบอกว่า  “เผื่อว่ามีขายที่อเมริกาด้วย”

                ไม่รู้คิดได้ยังไง  แต่ฟังดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่  ก็เลยถามเพื่อนไปว่า  “แล้วทำไมไม่ฝากแม่ซื้อล่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ก็สั่งซื้อมาใหม่เป็นประจำไม่ใช่เหรอ ก่อนหน้านี้เห็นบอกว่าตลับเก่าหมดทีไร ก็จะมีตลับที่สั่งใหม่มาแทนที่ทุกที แล้วคราวนี้ทำไมแม่เขาปล่อยให้ตลับเก่าหมด แล้วก็เก่าขนาดนี้แล้วล่ะ ทำไมเขาไม่สั่งมาใหม่ สั่งจากคนที่สั่งซื้อกันเป็นประจำจะไม่สะดวกกว่าหรือ ค่าขนส่งแพงๆก็ไม่ต้องไปเสียให้ใครด้วย เราก็จ่ายเฉพาะค่ายา หรือหากอยากจะจ่ายค่าขนส่งหรือค่าเสียเวลาช่วยคนที่อุตส่าห์ไปซื้อยามาให้บ้างก็ถือเป็นการช่วยเหลือคนกันเองไง”

                “ก็ไม่รู้นี่ว่าแม่ฝากใครซื้อ เพราะแม่บอกแต่ว่าฝากคนที่ทำงานซื้อ แล้วเราก็ไม่สนิทกับคนที่ทำงานแม่ ไม่ได้ติดต่อใครและไม่ได้เข้าไปที่ทำงานแม่นานแล้วด้วย”

                “อ้าว..งง ก็แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะ ว่าฝากซื้อยาหน่อย ทำไมเราถึงต้องไปคุยกับคนที่ทำงานแม่เองด้วยล่ะ”?

            “แม่เราตายแล้ว”!!

                ......เฮ้ย!! เหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเราไม่รู้เลยเนี่ย..

                “หลายปีแล้วละ แม่เราป่วยกะทันหันด้วยอาการมะเร็งในสมอง คือเป็นมากแล้วละ ไม่รู้ตัวมาก่อนเพราะแม่ก็ไม่เคยบอกเลยว่ามีอาการอะไรผิดปกติ แค่บ่นว่าปวดหัวบ่อยเท่านั้นเอง ก็ไม่มีใครเอะใจว่าจะเป็นอะไรร้ายแรง เพราะปกติแม่เป็นคนเครียด คิดมากก็คิดว่าปวดหัวเป็นเรื่องปกติ พอวันนึงก็ล้มตึงหน้าประตูบ้านเลย แต่ดูเหมือนแม่จะรู้ตัวก่อน ก่อนที่แม่จะล้มลงตอนพยายามไขประตูเข้าบ้านหลังกลับจากธุระข้างนอกแม่ไปกดออดเรียกเพื่อนบ้านว่าให้ช่วยหน่อยแม่รู้สึกเวียนศีรษะจะเป็นลม จากนั้นก็ล้มหมดสติไปเลย เพื่อนบ้านมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ตอนนั้นพอลูกๆกลับมาตกใจกันใหญ่หลังรู้ข่าวจากเพื่อนบ้านก็รีบตามแม่ไปที่โรงพยาบาล หมอก็บอกว่าแม่เป็นมะเร็งในสมอง ก็รักษากันสุดความสามารถอยู่ไม่นานแม่ก็จากไป”

                “เราเสียใจด้วยนะ คนเรานี่อะไรจะเกิดนี่ห้ามกันไม่ได้จริงๆนะ แค่ไม่เจอเพื่อนไม่กี่ปี แวะมาอีกทีแม่เสียซะแล้ว แม่เค้าไปดีแล้วละ ต่อไปเราก็ต้องเข้มแข็งทำตัวดีๆให้แม่ภูมิใจนะ ให้สมกับที่แม่เค้ารักเราและดูแลเรามาตลอด”

                “อืม..เราก็ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุดละ”

                “แล้วพวงมาลัยนั่น”!!

            “อ๋อ..แม่เค้าสั่งไว้ก่อนที่เค้าตายไง คนขายพวงมาลัยก็มาส่งต่อเนื่องโดยไม่รู้ว่าคนที่สั่งน่ะตายไปแล้ว ทุกวันนี้บางทียังมาถามหาคุณป้าที่สั่งพวงมาลัยอยู่เลย เค้ามาเก็บเงิน เราก็เอาเงินไปให้เค้าแล้วก็บอกว่าคุณป้าเสียแล้ว เค้าก็ตกใจ และถามว่าแล้วจะยังให้เค้ามาส่งพวงมาลัยอยู่อีกไหม เราคิดถึงแม่ก็เลยบอกเค้าให้เอามาส่งเรื่อยๆ ทุกวันนี้เค้าก็เลยยังเอามาส่งให้เราอยู่ มาส่งทีไรเราก็จะนึกเหมือนว่าแม่ยังอยู่ทุกทีเลย ก็เอาไปไหว้พระแทนแม่”

                “น่าใจหายจังเลยนะ  ของที่คนตายสั่งไว้ให้คนเป็น  นี่ถ้ายานั่นถูกสั่งให้มาส่งที่บ้านไม่ใช่ที่ทำงาน  ก็คงยังมีคนนำมาส่งอย่างต่อเนื่องเหมือนพวงมาลัยนะ”!!

                “ใช่”

                “อ้อ..แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่ภาวะเศรษฐกิจของเรากำลังย่ำแย่ อยู่ดีๆก็มีจดหมายมาที่บ้านจ่าหน้าซองถึงแม่ แต่..แม่ตายไปหลายปีแล้วใครๆก็รู้ พอเปิดซองขึ้นมามีเช็คเงินสดอยู่ในนั้นหลายพันบาทเลยละ เป็นเงินทุนอะไรสักอย่างที่แม่เค้าไปลงทุนไว้ แล้วมันเป็นเงินปันผลที่เพิ่งออกมา ตอนนั้นเกือบร้องไห้เลยละ ขนาดแม่ตายแล้ว ตอนเราเดือดร้อน แม่ยังส่งเงินมาให้เราเลยละ”

                “คิดถึงแม่จัง”

 

เขียนโดย: สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
ภาพประกอบ: สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา: ๑๑.๔๓ นาฬิกา

 

หมายเหตุ:  ต้นฉบับนี้เป็นงานเขียนทดลอง ที่คุ้มครองโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอกไปเผยแพร่ในสื่อใดๆเช่น  เว็บไซท์  เว็บล็อค  อีเมล์  หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อป้องกันบุคคลอื่นนำไปแก้ไขดัดแปลงให้ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับทดลอง  อนุญาตเพียงให้ทำลิงค์กลับมาที่ต้นฉบับนี้โดยตรงเท่านั้น

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เสียใจกับการจากไปของท่านด้วยครับ

อ่านแล้วอบอุ่นดีเหมือนกัน ยิ่งตอนท้ายๆ อ่านแล้วซึ้งเลย คงคิดถึงท่านมากนะครับ
#1  by  หนึ่ง At 2008-06-22 14:07, 
มันทำให้แมะคิดไปถึง พี่ชายแมะ ที่ตายด้วยอุบัติเหตุ
ทำประกันชีวิต เพื่อการศึกษาของลูกชายตัวเอง หลาน
ชายก็เรียนด้วยทุนนี้

พ่อแม่รักและเป็นห่วงเราเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรให้
หรือไม่ได้ทำอะไรไว้ให้ก็ตาม
#2  by  อีแมะจิ๊ At 2008-06-22 15:17, 
"พอ เปิดซองขึ้นมามีเช็คเงินสดอยู่ในนั้นหลายพันบาทเลยละ เป็นเงินทุนอะไรสักอย่างที่แม่เค้าไปลงทุนไว้ แล้วมันเป็นเงินปันผลที่เพิ่งออกมา ตอนนั้นเกือบร้องไห้เลยละ ขนาดแม่ตายแล้ว ตอนเราเดือดร้อน แม่ยังส่งเงินมาให้เราเลยละ"

ชอบประโยคนี้จัง big smile
#3  by   xViStA At 2008-06-22 16:23, 
นิ่งอึ้ง...เม้นต์ไม่ถูกเลย
Hot!
#4  by  rasia ปลาทองนอกอ่าง At 2008-06-22 16:48, 
ขอบคุณที่แวะมาอ่าน และแชร์ความรู้สึกดีๆร่วมกันนะครับ

Dream-Box
อีแมะจิ๊
และ
xViStA
confused smile confused smile confused smile
#5  by  HyPeR MonKeY At 2008-06-22 16:49, 
ขอบคุณมากครับ
rasia ปลาทองนอกอ่าง
confused smile confused smile confused smile
#6  by  HyPeR MonKeY At 2008-06-22 16:50, 
Hot! Hot! open-mounthed smile

ขอบคุณที่เอาเรื่องดีดี มาให้อ่านค่ะ
#7  by  bloodywidly At 2008-06-23 10:30, 
ขอบคุณ bloodywidly เช่นกัน ที่แวะมาอ่านและ Comment ครับผม confused smile
#8  by  HyPeR MonKeY At 2008-06-23 11:33, 


ถ้าอยากรู้ว่าจะเขียนคอมเม้นอะไรก็โทรมาหาละกันนะ
#9  by  Pack At 2008-06-23 13:01, 
อ่านแล้วอยากโทรหาแม่ค่ะ big smile big smile big smile
#10  by  (^_^)/nana At 2008-06-23 13:14, 
บางครั้งเวลาที่แม่อยู่แล้วทำอะไรพวกนี้เรามักมองเป็นเรื่องน่ารำคานหรือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจำเป็น ต่อเมื่อไม่มีแม่แล้ว เราถึงได้รู้ว่า เรื่องบางเรื่องเล็กน้อยที่แม่ทำให้ มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตเรามากที่เดียว
.
.
พูดแล้วก้อคิดถึงคุณแม่ ยิ่งตอนนี้เป็นคุณแม่เองด้วย
ยิ่งรู้ซึ้งถึงความรักความเป็นห่วงของแม่มากยิ่งขึ้น
#11  by  ยูกิจัง At 2008-06-23 14:41, 
โห.. Pack คุง เล่นงั้นเลยนะ อิอิ confused smile

โทรเลย nana จัง confused smile

คุณ ยูกิจัง พูดได้ดีจังเลยครับ ขอบคุณครับ big smile
#12  by  HyPeR MonKeY At 2008-06-23 17:33, 
ประทับใจด้วย ซึ้งด้วย ....
เพื่อนพี่ก็น่ารักนะคะที่ยังรับของที่แม่ฝากซื้อไว้อยู่ ความรักของแม่ยังอยู่กับเรา เพราะเราก็ยังรักท่านอยู่เสมอถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ขอให้มีกำลังนะครับผม

ส่วนตัวก็มีไอเดียแบบนี้อยู่เหมือนกัน ทำประกันชีวิตแบบเงินออมไว้ค่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราก็ให้แม่เป็นผู้รับผลประโยชน์ แม่จะได้ไม่ลำบาก ฮี่ฮี่
sad smile
#13  by  Anda (202.5.87.135) At 2008-06-24 14:04, 
ทำประกันชีวิตแบบเงินออมเหมือนผมเลยครับ คุณ Anda confused smile
#14  by  HyPeR MonKeY At 2008-06-24 22:38, 

<< Home


HyPeR MonKeY
View full profile