2008/Mar/10

 
Social Networking 
เทรนด์เพื่อนใหม่ในปี 2008
             จากจุดเริ่มต้นเพียงแค่การมีเว็บไซต์ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อสังคมออนไลน์มีวิวัฒนาการไป ทำให้เว็บไซต์จำนวนมากได้มารวมเข้าด้วยกัน และกลายเป็นเครือข่ายสังคม หรือ Social Networking ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ในปี 2008 ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากทั่วโลก จะได้ทำความรู้จัก เรียนรู้ และกลายเป็นเพื่อนกันได้ ผ่านทางเว็บไซต์ที่กำลังฮอตฮิตที่สุดในตอนนี้ hi5, Facebook, YouTube, Flickr, Multiply, MySpace, Digg, Zickr, Bloggang...
             ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา แนวความคิดเรื่อง Web 2.0 เริ่มเกิดขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว Web 2.0 หมายถึงรูปแบบการใช้งานอินเตอร์เน็ต แบบที่ผู้ใช้สามารถเป็นฝ่ายเขียนบทความ โพสต์รูปถ่าย
เผยแพร่คลิปวิดีโอ เพลง และเผยแพร่ตนเองออกไป ให้ใครก็ได้ที่อยู่อีกปลายฝั่งเน็ตเวิร์กเข้ามาชม แทนที่จะนั่งอยู่หน้าจอแล้วคลิกๆ เข้าไปดูหน้าเว็บเพจเพียงฝ่ายเดียวแบบเดิม
             แม้แต่นิตยสารไทม์ ในปี ค.ศ.2006 ยังยกให้ ‘You’ เป็นบุคคลแห่งปีเลยทีเดียว เขาหมายความว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทุกคนทั่วโลกเป็นบุคคลแห่งปี เพราะทุกคนกำลังทำหนังสั้นแล้วอัพโหลดใส่เว็บ Youtube กำลังเขียนบทความอัพโหลดใส่ Blogger กำลังถ่ายภาพและอัพโหลดใส่ Flickr กำลังเขียนสารานุกรมใส่ Wikipedia ฯลฯ
             สิ่งที่สำคัญคือ ทุกคนกำลังสร้างสรรค์หน้าเว็บไซต์ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น ทุกคนจึงมีส่วนก่อให้เกิดแนวโน้มของโลกยุคใหม่ ซึ่งได้กลายเป็นนวัตกรรมทางสังคมมากมาย หนึ่งในนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดขึ้น และกลายเป็นสิ่งที่น่าจับตามากที่สุดในปีนี้ก็คือ Social Networking
             แต่เดิมคำว่า Social Networking หรือเครือข่ายสังคม เป็นคำที่ใช้ในแวดวงนักวิชาการด้านสังคมวิทยาใช้อธิบายการศึกษาสังคมมนุษย์ ที่ก่อสร้างขึ้นมาจากความสัมพันธ์ระหว่าง Nodes ซึ่งได้แก่ตัวบุคคล สถาบัน หรือองค์กร โดยแต่ละ Nodes จะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และดำรงอยู่ร่วมกันเป็นสังคมได้ โดยมีค่านิยม ประเพณี ความคิด ระบบเศรษฐกิจ เครือญาติ รสนิยม ฯลฯ ที่มีลักษณะเฉพาะร่วมกัน
             เมื่อโลกดำเนินมาถึงยุค Web 2.0 คำว่า Social Networking เลยถูกนำมาใช้อธิบายรูปแบบการให้บริการของเว็บไซต์จำพวกหนึ่ง อย่างพวก hi5 MySpace Facebook เป็นต้น โดยใช้คำเรียกเว็บเหล่านี้แบบเต็มๆ ว่า Social Networking Service แต่เพื่อให้รวบรัดและเข้าใจง่าย คนส่วนใหญ่ก็เลยเรียกกันว่า Social Networking เหมือนเดิม
             Social Networking เป็นรูปแบบของสังคมออนไลน์แบบหนึ่ง ที่มีลักษณะเหมือนกับสังคมเรานี่เอง คือประกอบด้วย Nodes ได้แก่ ตัวผู้ใช้อินเตอร์เน็ตแต่ละคน และความสัมพันธ์ระหว่างกัน ที่เชื่อมโยงผู้ใช้เข้าไว้จนกลายเป็นเครือข่ายสังคม ลักษณะพิเศษของเครือข่ายสังคมแบบใหม่นี้คือ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ ภาษา วัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ ฯลฯ เพราะเมื่อเราออนไลน์แล้ว เราทุกคนก็ต่างกลายเป็นข้อมูลตัวเลข 0 และ 1 ที่ไหลเวียนอยู่ในสายเคเบิลซึ่งเชื่อมโยงถึงกันได้ทั้งโลก
             ดังนั้น เครือข่ายสังคมนี้จึงสามารถขยายตัวได้ไม่รู้จบ เหมือนกับระบบขายตรงแบบหลายชั้น เพียงแต่ไม่มีใครมาบังคับขายเครื่องกรองน้ำหรือเตียงนอนแม่เหล็กให้คุณ เว็บ Social Networking จะทำให้เราเป็นเพื่อนของกันและกันได้อย่างง่ายดาย เมื่อเราออนไลน์และเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกแล้ว เราจะสามารถรู้จักเพื่อน...เพื่อนของเพื่อน...เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน...ได้ต่อไปแบบไม่รู้จบ ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เพื่อนของเพื่อนของเรา...ได้รู้จักกับเพื่อนของเรา...และได้รู้จักกับเรา ย้อนกลับมาได้อีกด้วย
             ในปัจจุบันมีเว็บ Social Networking มีอยู่มากมายหลายพันแห่ง ทั้งของไทยและของต่างประเทศ โดยแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียด หลักในการเลือกใช้จึงอยู่ที่ว่าคุณต้องการทำเว็บ Social Networking ของคุณเพื่อจุดประสงค์ใด แต่เว็บทุกแห่งจะมี Layout ที่คล้ายกัน และมีองค์ประกอบหลักๆ ภายในหน้าเว็บดังต่อไปนี้
Profile คือส่วนที่คุณใช้แนะนำตัว ใช้ใส่ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ อายุ ความสนใจ งานอดิเรก รูปถ่าย รสนิยม หรือใส่ข้อความทักทายต่างๆ เป็นจุดเริ่มต้นของตัวตนออนไลน์ และเพื่อสะท้อนตัวตนของคุณให้ได้มากที่สุด
Friends คือส่วนที่ให้คุณนำรายชื่อเพื่อนที่ใช้เว็บ Social Networking แห่งเดียวกัน มาใส่รวมกันไว้เป็นลิสต์ เพื่อแนะนำให้ผู้ใช้คนอื่นๆ ได้ทำความรู้จัก และเชื่อมโยงต่อๆ กันไป ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นหัวใจของ Social Networking
Content คือส่วนที่ให้คุณใส่เนื้อหาเข้าไป เพื่อให้เว็บของคุณมีข้อมูลและสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าเยี่ยมชมเช่น ไดอารี่ งานเขียน ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ เพลง ฯลฯ
Links คือส่วนที่ช่วยเสริมเติมให้กับส่วน Content โดยคุณสามารถนำเนื้อหาของคนอื่น หรือจากเว็บอื่นๆ มาทำเป็นลิงค์ในเว็บของคุณ เป็นการบ่งบอกรสนิยมและความเป็นตัวคุณได้ด้วย เช่น คุณชอบดูหนังแนวไหน อ่านหนังสืออะไร ฟังเพลงวงใด เป็นต้น
Comments คือส่วนที่เปิดให้เพื่อนในลิสต์ และผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของคุณ ได้แสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหา หรือ กล่าวทักทายคุณ
             ตอนนี้ก็ถึงเวลาลงมือสมัครสมาชิกแล้ว เว็บพวกนี้ส่วนใหญ่สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ใช้เพียงอีเมลแอดเดรสที่คุณมีอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็ท่องเที่ยวไปในเครือข่ายสังคมแบบใหม่ได้อย่างเพลิดเพลิน โดยเรามีเคล็ดลับในการใช้งานเว็บเหล่านี้เล็กๆ น้อยๆ แนะนำให้คุณลองนำไปใช้ เพื่อให้ได้รู้จักเพื่อนมากๆ และได้เพื่อนที่มีคุณภาพที่สุด
             เริ่มต้นที่การเลือกเว็บ Social Networking ที่มีลักษณะตรงกับความต้องการใช้งานของคุณ เช่น ถ้าต้องการหาเพื่อนก็เข้าไปที่ hi5 ถ้าต้องการเขียนบล็อกก็เข้าไปที่ Multiply และถ้าต้องการใช้เป็นเรซูเม่สมัครงาน ก็เข้าไปที่ Facebook เป็นต้น คุณสามารถสมัครสมาชิกไว้หลายๆ แห่ง เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เชื่อเราเถอะว่าอย่าไปเที่ยวสมัครไว้เยอะเลย เพราะเว็บที่คุณจะเข้าไปใช้ประจำนั้นมีเพียง 1-2 เว็บเท่านั้น มากกว่านี้ก็ดูแลไม่ไหว
             ขั้นตอนต่อมาคือ เขียนบรรยายเรื่องราวส่วนตัวของคุณให้คมๆ ดูน่าสนใจ และใส่ลิสต์ชื่อหนังสือเล่มโปรด วงดนตรีที่ชอบ หนังที่เพิ่งดู เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยสแกน และคัดเลือกเพื่อนที่จะเข้ามาหาคุณได้ นอกจากนี้ ยังเป็นประเด็นหลักในการพูดคุย และคอมเมนต์ถึงกัน พึงจำไว้ว่าพวกลูกเล่นต่างๆ ที่จับยัดใส่ในหน้า Profile ถึงแม้จะทำให้
เว็บคุณสวยขึ้น ฉูดฉาด หรูหรา แต่ถ้ามีมากจนเกินไป จะยิ่งทำให้เปิดได้ยากขึ้น ใช้เวลามากขึ้น และบางครั้งก็ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ช้าๆ เก่าๆ แฮ็งไปเลย
             เมื่อคุณเริ่มใช้งานเว็บ Social Networking ไปสักพักก็จะเริ่มมีคนมาขอสมัครเป็นเพื่อน หรือ Add Friend กับคุณ ลิสต์รายชื่อเพื่อนของคุณจะบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างชัดเจน ว่าคุณอยู่ในสังคมใด มีภูมิหลังมาอย่างไร การศึกษาระดับใด และทำงานในแวดวงใด ดังนั้น ก่อนจะ Add Friend ควรเลือกสรรให้ดีเสียก่อน เว็บ Social Networking ที่ดีนั้น ควรเป็นเว็บที่มีเนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อผู้เข้ามาเยี่ยมชมด้วย ดังนั้น คุณควรขยันๆ และผลักดันตัวเองให้อัพเดทเนื้อหาเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุด ก็เขียนไดอารี่บันทึกประจำวัน หรือใส่รูปถ่ายที่เพิ่งไปเที่ยวมาแค่นี้ก็ยังดี และอย่ามัวสนใจแต่เว็บตัวเองคุณต้องแวะเวียนไปทักทาย คอมเมนต์เว็บของเพื่อนคุณอย่างสม่ำเสมอ เพราะนี่คือจุดประสงค์หลักของการทำเว็บ Social Networking ไม่ใช่หรือ?
             ในประเทศไทยเรานิยมเว็บ hi5 มากที่สุด คือมีผู้ใช้มากกว่า 8 แสนคนแล้ว และยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปได้อีก สาเหตุที่เว็บ Social Networking ได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะมันทำหน้าที่แทนเครือข่ายสังคมในโลกปกติได้อย่างสมบูรณ์
             สิ่งที่มนุษย์เราต้องการได้รับจากการอยู่ในเครือข่ายสังคม ก็คือการโต้ตอบกัน การมีส่วนร่วม การมีตัวตน ตระหนักรู้กัน ความรู้สึกภาคภูมิใจ มีคุณค่าในตัวเอง และการมีความรู้สึกร่วมกัน เป็นส่วนหนึ่งในสังคมเดียวกัน สิ่งเหล่านี้หาได้ในเว็บ Social Networking ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่มันก็กำลังจะมาทดแทนสังคมในโลกปกติของเรา
             ในปี 2008 และในอนาคตอันใกล้
คุณต้องจับตาดูเทรนด์ใหม่ของสังคม Social Networking ที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรดาสิ่งดีๆ และสิ่งเลวร้าย ที่เกิดขึ้นในสังคมโลกปกติ ก็กำลังจะโคลนนิ่งตัวเองไปเกิดขึ้นในสังคมออนไลน์
• ความรักออนไลน์ ได้ย้ายแหล่งจากแช็ตรูม โปรแกรม Messenger มาอยู่ที่เว็บ Social Networking แล้ว คนหนุ่มสาวสามารถแสดงความรัก และแสดงการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันผ่านทางหน้าเว็บเหล่านี้ได้ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะมีความเป็นสาธารณะมากกว่าการจีบกันในแช็ตรูม และโปรแกรม Messenger แบบเดิม
• นักการตลาดกำลังแอบดอดเข้าไปในเว็บ Social Networking ของพวกเรา เพื่อเก็บข้อมูลประวัติส่วนตัวของเรา และของเพื่อนเรา นำไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจได้ เขาจะรู้ข้อมูลส่วนตัว รสนิยม ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต หน้าที่การงาน และแทบจะทุกอย่างที่นักการตลาดต้องการใช้
• เว็บ Social Networking ได้กลายเป็นแหล่งหางานไปแล้วในต่างประเทศ ผู้ต้องการหางานโพสต์เรซูเม่ ของตนเอาไว้ และฝ่ายบุคคลหรือ Head Hunter ก็เข้ามามองหาคนเอาจากในนั้น เป็นไปได้ว่าเทรนด์นี้อาจจะกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย
• การเติบโตของเว็บ Social Networking จะช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อหาฟรีในอินเตอร์เน็ต ทั้งงานเขียน คลิปวิดีโอ เพลง ภาพถ่าย และงานสร้างสรรค์ต่างๆ เปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่ได้นำเสนอผลงาน เนื้อหาเหล่านี้จะแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
• Social Networking จะผลักดันให้เกิดความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงขึ้น การต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อการอัพโหลดข้อมูลไปใส่ในเว็บของตนเอง
             และที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2008 คือการที่เว็บ Social Networking แต่ละแห่ง สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยการจับมือกันของเจ้าของเว็บเหล่านั้น เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า Open API ย่อมาจาก Open Application Programming Interface จะทำให้วงเพื่อนใน Social Networking ของเราขยายตัวออกไปอีกหลายเท่า และจะก่อให้เกิดนวัตกรรมทางสังคมอีกมากมาย ตอนนี้คุณคงอดใจไม่ไหวแล้วที่จะก้าวเข้าไปร่วมอยู่ในเทรนด์สำคัญของโลกในปีนี้
Social Networking : New Trend in 2008
             Humble personal websites fuelled with 21-century accelerating development now result in rapidly growing social networking --  as manifested in such websites as Hi5, Facebook, YouTube, Flickr, Multiply, MySpace, Digg, Zickr, Bloggang and so on.
             Since 2004, Netizens have begun familiarizing themselves with    Web 2.0 -- a new way to use the internet whereby users can write, post pictures, publish clips and share songs to other users at the other end of the line. This is a step from the traditional one-side communication where viewers only view things that were made available on the website. Even Times magazine in 2006 awarded ‘You’ -- all the internet users -- as the people of year as the world busily uploaded their products on YouTube, wrote blogs on Blogger, or updated Wikipedia entries. The bottom line is: everyone is doing his part to expanding the Social Networking.
             Yet the term ‘Social Networking’ as defined by academic commands interactions between ‘Nodes’ which are people, institution, or organizations as part of its meaning. Connected, eachnode becomes a society with common culture, thoughts, economic systems, or taste.
             When the world arrives at the Web 2.0 era, Social Networking was put in another context. Websites such as Hi5, MySpace and Facebook were officially labeled Social Networking Service, which later shortened to Social Networking.
             Online Social Networking as such shares similar characteristics with our society -- the node is each internet users, and these users get connected. The difference is this special kind of networking has no limits on time, place, language, culture or economy because, being online, a user is recognized only as number 0 and 1 via worldwide cable system. Users make friends, friends of friends, friends of friends of friends and all these friends make friend with the user, and all his friends, in return.
             There are many Social Networking websites up and running, hosted both in Thailand and abroad, Most share similar main components:
             Profile (where you introduce yourself with name, age, interests etc); Friends (where you list your friends already using the particular Social Networking service--this is the heart of the whole point!); Content (a place for you to upload your diary, writing, photos, songs, clips); Links (you can create a link to other products, this reflects your taste) and Comment   (an open area for your listed friends to leave you notes and comments).
             Most of these websites are free to use. The only requirement is your email address. Here are some of the tips to make the best out of the online Social Networking:
             • Choose the service that best suits your plan. Go to hi5 to make friends, to Multiply to write blogs and to Facebook to post a resume. Although you can become a member of all of them, maintaining just one or two is already a handful.
             • Write sharp and interesting entries. List your best-loved books, bands, movies. These will help screen your network members.
             • Too much gadgets on your Profile page could freeze up old and slower computers and upset their users.
             •  When you become popular and have a lot of friend requests, be selective before hitting the accept button.
             • Update your page regularly and visit people's pages regularly too.
             There are over 800,000 hi5 users in Thailand and the number keeps growing. The reason? Online Networking is rapidly and almost completely replacing the tradition face-to-face social networking.
             In 2008 and onwards, Netizens around the world will likely see the activities -- good or bad -- taking place in the actual world cloned themselves into the online Social Networking version. Here are some possibilities and likelihood:
             • Finding Love Online will move from chat room and Messenger program to online Social Networking.
             • Marketers are likely secretly collecting information on people's preferences to better their products and marketing opportunities.
             • Job markets will be active online.
             • More writing, VDO clips, songs, photos will be published online. With the growth of Social Networking, new artists will have more chance to show off their works and this will affect related businesses.
             • Social Networking will require even-higher-speed, always-available internet.
             Most importantly, in 2008, each Social Networking service will be connected together as the webmasters will join hands in developing Open API (Application Programming Interface). Think your online friend network is already humongous? Well, think again.
เลือกใช้ Social Networking เจ้าไหนดี?
MySpace (http://www.myspace.com)
Social Networking ที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก มากจนกระทั่งรูเพิร์ต เมอร์ดอกซ์ ต้องมาซื้อกิจการไปเลยทีเดียว ทำให้คุณเชื่อมต่อกับเพื่อนได้ทั่วโลก และก็มีคนไทยเป็นสมาชิกกันอยู่มากทีเดียว ข้อดีของมันก็คือลูกเล่นเยอะ สามารถแสดงผลมัลติมีเดียทุกอย่าง นักดนตรีหรือนักทำหนังสั้นสมัครเล่นเลยชอบเว็บนี้กันมาก เพราะจะได้ใช้เผยแพร่ผลงานเพลงและหนังของตนได้ง่าย
เป็น Social Networking ที่เน้นคุณสมบัติของ Blog มีพื้นที่ให้เขียนบันทึกต่างๆ ได้เยอะกว่า และสามารถ Cross-Posting คือการโพสต์ข้อความใน Multiply แล้วข้อความนั้นยังไปโผล่ในเว็บอื่นๆ อย่างเช่น LiveJournal, Blogger และ TypePad ได้อีกด้วย คุณสมบัตินอกเหนือจากนี้ก็มีครบถ้วนเหมือนกับแห่งอื่นๆ เห็นมีคนไทยใช้กันเยอะเหมือนกัน
Windows Live Spaces (http://spaces.live.com)
เป็น Social Networking ที่มีลักษณะเน้นไปที่ Blog  สร้างโดยไมโครซอฟต์ เพื่อให้ใช้คู่กับแอ็คเคานต์สมาชิกของ Hotmail และ MSN ใช้งานง่าย ลูกเล่นเยอะ และเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟต์ จำนวนผู้ใช้จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นคู่แข่งกับ MySpace, Bebo and Yahoo!’s 360
Social Networking ที่ได้รับการกล่าวขานถึงมากที่สุดในปี 2007 ก่อตั้งโดยนักศึกษามหา-วิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อเอาไว้เป็นเครือข่ายนักศึกษา อนุญาตให้ผู้ที่มีอีเมล์แอ็คเคานต์ของทางมหาวิทยาลัย คือที่ลงท้ายด้วย .edu, .ac.uk เป็นต้น เข้ามาใช้ได้ ทำให้เป็นเครือข่ายที่ดูเป็นปัญญาชน ดูดี มีสาระ และปลอดภัยกว่าเครือข่ายแห่งอื่นๆ พวกสมาชิก เลยลงข้อมูลส่วนตัวกันได้เยอะ และได้นำเครือข่ายนี้ไปใช้ประโยชน์กันได้กว้างขวาง ต่อมาเมื่อปลายปี 2006 ก็ขยายวงผู้ใช้ออกไปสู่วงกว้างมาสมัครเป็นสมาชิกได้
Social Networking ยอดนิยมของคนไทย แต่จริงๆ แล้วเว็บ hi5 ทำอะไรไม่ค่อยได้มากเหมือนเว็บอื่นๆ ถึงกระนั้นก็ลองสมัครสมาชิกที่นี่ไว้ก็ไม่เสียหลาย แม้คุณจะไม่ได้เข้ามาเล่นประจำ หรือไม่ได้มีรูปถ่ายเอาไว้อวดใครมากนัก แต่เพื่อจะได้เข้าไปดูอัลบั้มรูปถ่ายและประวัติส่วนตัวของหนุ่มๆ สาวๆ นับแสนคน ที่จะลิงค์ต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ ถ้าเห็นคนไหนน่าสนใจ ก็เขียนคำทักทายทิ้งเอาไว้ และขอ Add Friend กับเขา นี่แหละ! คือ Social Networking ที่แท้จริง
เว็บนี้เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่ จนมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Social Bookmarking เอาไว้สำหรับทำบุ๊คมาร์คหน้าเว็บที่เราชื่นชอบ แทนที่จะเก็บไว้ในเครื่องของเราคนเดียว เราก็เก็บบุ๊คมาร์คนี้ไว้ออนไลน์ เพื่อให้เพื่อนๆ คนอื่นได้เข้ามาดู และตามไปเยี่ยมเว็บเหล่านั้นได้ด้วย ดังนั้น Digg จึงไม่ใช่แหล่งสร้างเนื้อหา แต่เป็นแหล่งรวมลิงค์ที่จะนำไปสู่เนื้อหา สมาชิกแต่ละคนจะมีหน้า Profile ไว้แนะนำตัวเอง และเชื่อมโยงกับสมาชิกคนอื่นๆ ได้ด้วย
จุดกำเนิดของมันคือการเป็นเว็บแชร์รูปถ่าย และต่อมาเมื่อมีผู้ใช้มากขึ้น มันก็ค่อยๆ กลายเป็น Social Networking ไปในที่สุด คือสมาชิกแต่ละคนสามารถเข้าไปดู และขอโหลดรูปของคนอื่นๆ ได้ มีการติดต่อและเชื่อมถึงกันได้ จึงนับได้ว่าเป็น Social Networking แบบหนึ่ง ซึ่งเน้นหนักไปในด้านรูปถ่าย
จุดกำเนิดของมันคือเว็บสำหรับแชร์คลิปวิดีโอสั้น ด้วยการใช้ Adobe Flash โดยสมาชิกสามารถอัพโหลดวิดีโอความยาวไม่เกิน 10 นาที ขนาดไฟล์ไม่ใหญ่มาก ไปใส่ในเว็บ แล้วเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาดูได้ฟรี และต่อมามันได้กลายเป็น Social Networking ที่เน้นหนักในด้านคลิปวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดให้ผู้ชมใส่คอมเมนต์ โหวตคะแนนให้กับคลิปยอดนิยม และให้สมาชิกแต่ละคนเชื่อมโยงถึงกันได้
สิขเรศ เอี่ยมประชา นักเขียนนามปากกา HyPeR MonKeY
ผมใช้เว็บที่ Exteen เป็นที่แสดงผลงานเขียนเพียงอย่างเดียว แฟนหนังสือที่ต้องการอ่านเรื่องใหม่ๆ จะสามารถติดตามกันได้ที่นั่น สิ่งสำคัญของการนำเสนองานเขียนผ่านทางบล็อก คือผู้ที่เข้ามาอ่านสามารถแสดงความคิดเห็นให้เราได้ด้วย เราก็นำความคิดเห็นเหล่านั้นมาวิเคราะห์และหาข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่จะเพิ่มลงไปในเรื่องราวในขั้นตอนสุดท้าย และรวบรวมเป็นต้นฉบับสำหรับการพิมพ์หนังสือต่อไป
ส่วนที่ Multiply จะมีทุกอย่างอยู่ในนั้น ทั้งภาพถ่าย มีทั้งกิจกรรม และอีกหลายอย่างที่เพื่อนสมาชิกหรือแฟนหนังสือสามารถพูดคุยกับผมได้อย่างเป็นกันเองมากขึ้น เหมือนเป็นห้องนั่งเล่นที่พวกเราสามารถสังสรรค์พูดคุย แจ้งข่าวสารความเคลื่อน
ไหว หรือกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งมีผลงานแสดงให้เห็นทั้งที่เป็นรูปถ่ายและงานเขียน อย่างที่ http://hypermonkey.multiply.com นี่เปิดมาได้เจ็ดเดือนกว่า คนเข้ามามากที่สุดต่อวันก็ประมาณ 80-100 คน น้อยสุดก็ราว 20-30 คน
             ผมคิดว่าในอนาคต เว็บ Social Networking เหล่านี้ จะส่งผลต่อสังคมอย่างมาก โดยสังคมออนไลน์จะกว้างขึ้น มีมิตรภาพมากขึ้น ผู้คนจะเชื่อมถึงกันได้มากขึ้น แต่มีข้อเสียตรงที่ผู้คนจะสันโดษมากขึ้น เงียบสงบอยู่ตัวคนเดียวกันมากขึ้น เมื่อก่อนถ้าคนเหงาอยากออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง จะต้องออกจากบ้านเพื่อเจอเพื่อน เดี๋ยวนี้คนจะรีบกลับบ้าน เพื่อมาเจอเพื่อนในอินเตอร์เน็ต มองในแง่ดี มันก็ปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย บางคนตัวจริงดูน่ากลัว อาจมีนิสัยอะไรบางอย่างที่  คนอื่นไม่ชอบก็ได้ แต่เมื่ออยู่ในอินเตอร์เน็ตแล้วหลายคนก็เป็นคนดีที่น่าคบน่าคุยในโลกออนไลน์เลยทีเดียว
ชัยวุฒิ จึงเจริญพาณิชย์ นักดนตรีวงโมโนโทน
เว็บที่ MySpace ทำมานาน 2-3 ปีแล้วครับ คิดว่าเว็บนี้เป็น Online Community ด้านดนตรีที่ใหญ่และก็แอ็คทีฟที่สุดของอเมริกา เป็นแหล่งที่ใช้ทดสอบว่าเพลงของเราจะโดนหรือไม่โดน และก็เป็นการหาคอนเนคชั่นกับนักดนตรีอาชีพหรือมือสมัครเล่น ที่อยากเผยแพร่ให้เพื่อนๆ ได้ยินและอาจทำเงินได้นิดๆ หน่อยๆ
ทุกๆ เดือน ผมจะอัพโหลดเพลงใหม่ใส่เข้าไป 2 เพลง แต่ก็ไม่ค่อยสนใจยอดคนที่เข้ามาเปิดฟังเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ทำการตลาดเป็นเรื่องเป็นราว แค่ทำเป็นงานอดิเรกมากกว่า แต่ผมจะชอบไปดูเว็บของเพื่อนๆ จะได้เจอไอเดียสดๆ ใหม่ๆ จากหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะดนตรีที่เขาทำอย่างเดียวนะ บางทีก็ได้รายชื่อศิลปินที่เขาอ้างถึง เราก็ลองไปหามาฟัง ถ้าชอบสไตล์ ก็ขอ Add แล้วก็ไปคุยขอความรู้ ทุกวันนี้ผมลงชื่อเว็บ www.myspace.com/nujazzinlove ไว้ในนามบัตร เวลาเจอใครในวงการเดียวกัน ก็แลกเว็บกัน ทำให้เรารู้จักคนหลากหลายและก็มีโอกาสมากขึ้น ผมชอบอะไรที่ Cross Over อยู่
แล้ว มันทำให้เราได้ไอเดียใหม่ ไม่จำเจ ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองเสมอๆ    ใครจะไปรู้ว่าสักวันเพลงของผมอาจจะไปได้ยินถึงประเทศต่างๆ ในโลก เพียงแต่ผมแค่นั่งทำเพลงอยู่ที่บ้าน
             วงการเพลงน่าจะดีขึ้น ถ้า Channel ใหม่นี้ไม่คิดค่าใช้จ่ายเกินควร ในการโปรโมตศิลปินใหม่ ผมคิดว่าอย่างน้อยศิลปินสมัยนี้ก็มีทางเลือกอีกทางหนึ่ง ส่วนคนฟังก็ได้ฟังอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มากขึ้น อยากเห็นวงการเพลงบ้านเราเปิดกว้างกว่านี้ อยากเห็นเพลงในหลายๆ สไตล์ มีกลุ่มแฟนเพลงที่เหนียวแน่น ไม่ใช่แค่เป็นแฟชั่น ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ‘Music is a foot print of history, something’s memorable, something’s never fade.’

ที่มา: 247 The City Magazine http://www.247freemag.com/content.php?id=179&content=8

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เพิ่มเติมสถานที่ที่เขามีแจก 247 The City Magazine ครับ เผื่อใครอยากลองหามาอ่านกันดูบ้าง ได้ยินว่าพิมพ์เยอะมากๆ และแจกจ่ายไปทั่วประเทศเลยครับ ฟรีเลยครับ

http://www.247freemag.com/webboard_list.php?id=4&mode=

big smile big smile big smile
#1  by  HyPeR MonKeY At 2008-03-10 12:14, 
ดีจังครับ และดีใจด้วยนะพี่ครับ ที่ได้รับการสัมภาษณ์จากหนังสือด้วย ยินดีด้วยคนนะครับbig smile

ปล.รูปพี่ก็เท่ห์ไม่เบานะครับ พี่HyPeR MonKeY big smile
#2  by  ใบไม้นักเขียน At 2008-03-10 18:45, 
แหะ แหะ ขอบคุณนะครับ Aof
#3  by  HyPeR MonKeY At 2008-03-10 22:11, 
ยินดีด้วยค่ะ
#4  by  ดอกสารภี (202.28.27.3) At 2008-03-12 14:06, 
ขอบคุณครับพี่ big smile
#5  by  HyPeR MonKeY At 2008-03-12 18:55, 

<< Home


HyPeR MonKeY
View full profile