2007/Dec/22

 

- มองย้อนหลัง...ยังวันเก่า -
 
ผู้เขียน: saranya_nok.worm
   เมื่อ: 2007-12-16 01:45:55 



 
นาฬิกาแดด ณ สวนเวลารำลึก เขื่อนศรีนครินทร์



หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานของฉัน มีซองจดหมายสีเหลืองขนาดกลางวางอยู่ เมื่อหยิบขึ้นมาดู มันมีน้ำหนักไม่เบา คิดว่าภายในคงมีหนังสือถูกบรรจุไว้ ฉันอ่านชื่อผู้ส่งบนซองนั้นซึ่งเขียนไว้ว่า “ วนิดา ” ในใจคิดถึงพี่สาวคนสวยคนหนึ่งแห่งบ้านวินทร์บุ๊คคลับ “ พี่ไก่ ” คงไม่ใช่วนิดาอื่นหรอก เพราะฉันรู้จักเพียงสองวนิดา วนิดาหนึ่งเป็นชื่อจริง อีกหนึ่งวนิดาเป็นนามปากกา

เมื่อเปิดซองออกมาดู มีหนังสืออยู่ในนั้นหนึ่งเล่มจริง ๆ เป็นหนังสือที่มีชื่อว่า...นักท่องกาลเวลา แค่ชื่อก็น่าอ่านแล้วฉันคิด แต่ก็รู้สึกเกรงใจพี่สาวคนสวยคนนี้เหลือเกิน ที่ส่งของขวัญปีใหม่มาหลายอย่างทั้งหนังสือและเหรียญที่ระลึกต่าง ๆ พร้อมกับ ส.ค.ส. อีกหนึ่งใบ

ยิ่งได้เปิดดูหนังสือที่เธอส่งมาให้ ก็ยิ่งอยากเปิดอ่าน หนังสือเป็นความเรียงเล่าเรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมาในกาลเวลาของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งก็คือผู้เขียนหนังสือเล่มนั้นนั่นเอง ฉันนึกขอบคุณและซาบซึ้งใจในความกรุณาของพี่ไก่ คิดไว้แล้วว่าสักวันจะต้องตอบแทนน้ำใจของเธอ

คืนหลังจากได้รับหนังสือหนึ่งคืน ฉันมีโอกาสหยิบ “ นักท่องกาลเวลา ” ขึ้นมาอ่าน ฉันมักอ่านหนังสือไล่ไปตั้งแต่คำนำในหน้าแรก ๆ เรียงกันไปจนเริ่มต้นบทที่หนึ่ง บทแรกจากการเขียนของคุณสิขเรศ เอี่ยมประชา หรือในนามปากกา Hyper Monkey เป็นบทที่มีชื่อว่า ‘ ส.ค.ส.จากเพื่อนป.6 ’

ฉันได้ท่องกาลเวลาไปในวัยเยาว์ของคุณสิขเรศ เพื่อไปทำความรู้จักกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า...อารี อารีเป็นเด็กผู้หญิงตัวโตที่สุดของห้อง ตัดผมม้าสั้นเต่อ ค่อนข้างเป็นคนเอาเรื่อง ใครคิดจะมารังแกเธอ เธอมักโวยวายเสียงดังข่มขวัญคู่ต่อสู้ก่อนทุกครั้ง ด้วยกิริยาเช่นนี้ของเธอทำให้เธอมีเพื่อนไม่มากนัก ครูบางคนว่าเธอ “ เอ๋อ ” หรือไม่ค่อยเต็มเต็ง จะเดินไปไหนหรือทำอะไรก็ดูปึงปังโครมคราม

คุณสิขเรศได้พบกับอารีเมื่อเขาย้ายโรงเรียนมาอยู่ชั้นป. 6 ที่โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งนี้ อยู่ได้เพียงปีเดียวเขาก็จบการศึกษาและเข้าไปเรียนต่อในกรุงเทพ ฯ ผ่านไปหลายปี จนวันหนึ่งตู้จดหมายหน้าบ้านของเขามีซองจดหมายสีขาวจ่าหน้าถึงเขา เขียนด้วยตัวอักษรตัวโตเหมือนเด็กคัดลายมือบรรจง พอแกะซองออกมาพบว่าในซองมี ส.ค.ส. ทำเอง คล้ายงานศิลปะเด็กที่ครูสอนให้ทำชั้นประถม ด้วยการตัดกระดาษสีเป็นรูปดอกไม้ ทากาวแล้วนำมาติดบนพื้นกระดาษสี่เหลี่ยม เป็น ส.ค.ส. ที่ไม่เหมือนใคร มีคำอวยพรให้เขาและครอบครัวมีความสุข คิดสิ่งใดให้ได้ดังใจปรารถนา

ส.ค.ส.ใบนั้นลงชื่อผู้ส่งว่า...อารี เพื่อนนักเรียนชั้นป. 6 ของเขานั่นเอง เขาสงสัยว่าทำไม ส.ค.ส. ใบนี้จึงส่งย้อนเวลามาจากอดีตได้ เพราะมันดูเหมือนงานศิลปะของเด็ก ส่งมาโดยเด็กประถม แต่จากชื่อที่ลงท้าย ส.ค.ส. เขาจำได้ว่า เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ซึ่งตอนนี้น่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

เขาได้รับซองจดหมายสีขาวพร้อม ส.ค.ส. จากอารีอีกหลายปี จนกระทั่งปีใหม่ปีหนึ่ง ส.ค.ส.จากเพื่อนป. 6 ที่เขารอคอยหายไปจากตู้จดหมายหน้าบ้านเขา ปีนั้นเธอไม่ได้ส่งมาให้เขา เขาคิดว่า เธออาจกำลังท้อแท้ สิ้นหวัง หมดกำลังใจจากเหตุการณ์บางอย่าง เขาจึงตัดสินใจว่าปีนั้นจะเป็นปีที่พิเศษกว่าทุกปี เขาได้ส่งบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากไปให้เธอเพื่อเป็นกำลังใจ หนังสือที่เขาเขียนขึ้นเองเป็นเล่มแรกในชีวิต เขาหวังว่าหนังสือเล่มนั้นจะเป็นกำลังใจให้กับเธอได้บ้าง

หลังจากนั้นทุกปีซองจดหมายสีขาวจ่าหน้าซองด้วยลายมือเดิม ก็ส่งมมาให้อีกครั้ง เธอได้รับการเติมกำลังใจแล้ว ความไร้เดียงสากลับมาอีกครั้ง กลับมาเตือนพวกเขาไม่ให้ลืมความทรงจำและความอ่อนโยนในวัยเยาว์

ในห้องเรียนครั้งที่เขายังอยู่ชั้นป. 6 ครูถามพวกเขาว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร เพื่อน ๆ ของเขาต่างบอกว่าอยากทำงานในอาชีพต่าง ๆ เมื่อถึงคราวที่เด็กหญิงซึ่งตัดผมม้าสั้นเต่อตัวโตต้องตอบ เธอลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยแววตาหลุกหลิก ดูประหม่า ไม่กล้าสบตาใคร เหมือนกลัวว่าสิ่งที่เธอพูดจะโดนเพื่อนในห้องหัวเราะเยาะเหมือนเคย เธออ้าปากขมุบขมิบอย่างเชื่องช้า พูดติด ๆ ขัด ๆ เหมือนไม่มั่นใจในตัวเอง

“ หนู...หนูอยากเป็น...เป็นคนดีค่ะ ” สิ้นเสียงของเธอ เพื่อนทั้งห้องหัวเราะครืน

ทุกวันนี้เพื่อน ๆ ของเขาต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ไม่มีใครเป็นอย่างที่ตั้งใจและบอกครูในวันนั้น จะมีเพียงอารีคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงมุ่งมั่นเดินตามความฝันของตน...




หลังจากท่องกาลเวลาไปได้เพียงหนึ่งบทในคืนนั้น ฉันก็ต้องปิดหนังสือลงเพราะถึงเวลาที่จะต้องนอนหลับพักผ่อน แต่ในคืนนั้นฉันใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะหลับลงได้อย่างสนิท ภาพความทรงจำเมื่อสมัยเรียนอยู่ชั้นประถมวนเวียนอยู่ในห้วงคิดคำนึง เมื่อนึกถึงอารีฉันคิดถึงเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนกัน “ หลี ”

ความจริง หลี ไม่ควรจะมาเรียนร่วมชั้นเรียนเดียวกับฉัน แต่เพราะเธอสอบตกจึงต้องเรียนซ้ำชั้น แต่ถ้าหากเธอไม่สอบตก ฉันก็คงไม่ได้รู้จักกับเธอ หลีเป็นเด็กผู้หญิงที่มีลักษณะพิเศษที่มองดูก็รู้ว่าเธอแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ หลีพูดจาไม่ชัดเพราะฟันของเธอหลอ นอกจากนี้ถ้าเธอรู้สึกตื่นเต้น หรือดีใจขึ้นมา เธอจะพูดรัวเร็วจนฟังไม่รู้เรื่อง และทุกครั้งที่คุยกับเธอก็จะพบว่าในที่สุดเราจะพูดกับเธอไม่รู้เรื่อง เพราะเธอจะตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่พูดกับใคร ๆ

ฉันมักจะได้รับคำสั่งจากครูใหญ่ ให้เป็นคนบันทึกความประพฤติของเพื่อน ๆ ในเวลาเช้าและเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ครูใหญ่ให้พวกเราจัดเวรกันรดน้ำต้นไม้ดอกไม้ที่อยู่รอบ ๆ ลานพระแม่มารี ลานพระแม่มารีเป็นบริเวณที่ฉันเห็นว่าสวยที่สุดในโรงเรียน ตรงกลางของลานมีรูปปั้นพระแม่มารีที่ซึ่งปั้นอย่างอ่อนช้อย มีบริเวณที่ว่างเป็นลานกว้างประมาณ 6 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยดอกไม้พุ่ม เช่น ดอกผกากรอง ดอกหงอนไก่ ดอกแพงพวย มีต้นไม้ใหญ่อยู่ 1 ต้น คือ ต้นสนฉัตร อยู่ที่มุมหนึ่งของลาน ที่ฐานของลานก่อด้วยกระจกใสและอิฐเป็นตู้ปลาโดยรอบ

ฉันต้องให้คะแนนความประพฤติของเพื่อน ๆ ว่าวันนี้มีใครมารดน้ำต้นไม้บ้าง ตั้งใจทำหรือไม่ และบ่อยครั้งที่เพื่อนผู้ชายในห้องฉันต้องโดนหักคะแนน เนื่องจากเขาไม่ตั้งใจรดน้ำต้นไม้ สิ่งที่พวกเขามักทำขณะรดน้ำต้นไม้คือแกล้งหลีเพื่อนร่วมชั้นของเรา ทุกครั้งที่ฉันเห็นกับตาฉันจะตักเตือนเขาก่อน แต่เมื่อไรที่มีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ฉันก็จะหักคะแนนพวกเขาในสมุดทันที ฉันไม่ชอบเห็นเพื่อนผู้ชายรังแกเพื่อนที่อ่อนแอกว่า ถึงแม้หลีจะ “ ทำเป็นโกรธ ” พวกเขา แต่ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยโกรธเคืองเพื่อนจริง ๆ เลย จิตใจของหลีบริสุทธิ์เกินกว่าความมัวหมองใด ๆ จะกระทบได้

หลังจากเรียนจบหลีไม่ได้เรียนต่อ เหมือนกับเพื่อนในชั้นของฉันอีกหลายคน ที่ต้องช่วยพ่อแม่ขายของในตลาด เนื่องจากพ่อแม่ไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งเสียให้เรียนในระดับสูง ๆ ได้ หลายครั้งก่อนนั่งรถเมล์เล็กเข้าบ้าน ฉันต้องผ่านร้านค้าของหลี เราทักทายกันและดูเหมือนว่าเธอจะดีใจมาก ๆ ที่ได้พบเจอฉัน การเป็นแม่ค้าอาจทำให้เธอมีเพื่อนน้อย และเหงามากขึ้น แต่ทุกครั้งที่ฉันถามว่า เป็นไงบ้าง สบายดีรึเปล่า หลีก็จะตอบว่าเธอสบายดี ฉันไม่รู้ว่าพิษเศรษฐกิจ หรือความไม่มั่นคงทางการเมืองจะมีผลกับเธอบ้างไหม เพราะเธอไม่เคยบ่นถึงเรื่องราวเหล่านี้ให้ฉันฟังเลย ได้แต่ไถ่ถามถึงสารทุกข์สุขดิบของฉัน ด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แบบที่มักทำให้หัวใจของฉันเบาสบายเหมือนภายในมีเพียงโลกใบว่าง ๆ บรรจุอยู่

แต่หลังจากที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัยฉันก็ไม่ได้พบเจอหลีอีกเลย ถึงแม้ว่าหลายครั้งในหนึ่งปีจะมีเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนป. 6 ส่งเสียงมาชวนให้ไปงานเลี้ยงรุ่นที่โรงเรียนประถมบ้าง ซึ่งฉันก็มักจะไปถ้าไม่ติดธุระอะไร เมื่อไปก็จะพบว่าเพื่อนหลายคนกลายเป็นเถ้าแก่ไปแล้ว ทำกิจการส่วนตัวเจริญก้าวหน้า บางครั้งเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ก็ถูกฉันชิงพูดออกไปเสียก่อนว่า จะแต่งงานใช่มั้ย และฉันก็ทายถูกเป็นส่วนใหญ่ น่าเสียดายที่ทุกงานที่ฉันไปฉันไม่เคยพบเจอหลี ฉันอยากรู้เหลือเกินว่า เวลาที่หมุนไปจะทำให้หลีเปลี่ยนแปลงไปสักเพียงไหน แต่ฉันคิดว่าฉันสามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่า แม้โลกจะหมุนไปตามกาลอย่างไรก็ตาม หลีก็ยังคงเป็นหลีที่มีจิตใจบริสุทธิ์เหมือนเช่นเดิม

ณ เวลานี้ฉันทำงานแล้ว รู้สึกตัวเองว่ามีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความเป็นเด็กหญิงที่อยู่ในหัวใจเล็กลงทุกวัน บางครั้งก็ต้องเสาะหาว่าเธอไปหลบหลีกอยู่มุมไหนของจิตใจ ในบางเวลาฉันอยากทำให้ได้อย่างหลี ไม่รู้จักเกลียด ไม่รู้จักโกรธ ไม่รู้จักหลง แต่สามารถปะทะกับสิ่งที่ทำให้จิตใจมัวหมองด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ฉันทำได้เพียงคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนเมฆหนาก้อนโต ที่เคลื่อนที่เข้ามาหาเรายามที่เราอยู่บนดอยสูง แค่ผ่านมาแล้วเมฆนั้นก็เลือนหายไป

เพื่อนประถมของฉันนั้นแตกต่างจากเพื่อนมัธยมหรือเพื่อนมหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานทางการศึกษาที่ต่างกัน ทำให้ความคิดอ่าน รสนิยมและอีกหลายสิ่งหลายอย่างต่างกัน แต่ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงคบพวกเค้าอยู่ คงเป็นเพราะฉันคิดว่า คุณค่าของคำว่าเพื่อน ไม่ได้จำกัดกันที่ความรู้ ไม่ได้จำกัดที่ความสามารถ หรือมารยาททางสังคม

บางทีเวลาของเด็กหญิงในตัวฉันอาจน้อยลงทุกที มันกลับแปรผกผันกับระยะเวลาที่มากขึ้น หน้าที่การงานที่กำลังรออยู่มีมากขึ้น ทำให้ความรอบคอบ ความรับผิดชอบและความเป็นผู้ใหญ่เติบโตขึ้นมาเบียดบังเด็กหญิงในใจให้ตัวเล็กลง ๆ

เวลาของปีนี้ก็เหลือน้อยลงทุกที โลกจะมีอายุมากขึ้นอีกปี บางทีการที่เรารู้จักมองกลับหลังยังวันเก่าบ้าง เพื่อพิจารณาว่าสิ่งรอบตัวเรา เช่น ธรรมชาติเดินทางช้ากว่าความคิดอ่านของเรากี่ปี หรือเราก้าวกระโดดมาเร็วกว่าธรรมชาติกี่ปี และหากเราจะรู้จักหยุดนิ่งหรือรั้งรอวันที่เรากับธรรมชาติจะมีอายุที่เสมอกัน เพื่อที่ว่าจะเดินร่วมทางกันไปอย่างพร้อม ๆ กัน อาจจะเป็นทางหนึ่ง ที่ช่วยยืดเวลาของเรา เวลาของเด็ก ๆ ของเรา และเวลาของโลกให้ยาวนานขึ้นก็เป็นได้


แล้วฉันก็นอนหลับไปพร้อมกับภาพความทรงจำอันสดใสในวัยเยาว์...





ขอขอบคุณ

- พี่ไก่ วนิดา สำหรับ ส.ค.ส.และของขวัญปีใหม่ที่มีคุณค่า
- หนังสือ " นักท่องกาลเวลา " กับเรื่องราวที่ประทับใจ
- http://www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G2684155/
G2684155.html สำหรับภาพประกอบ




2007-12-16 01:45:55/saranya_nok.worm

 

ที่มา: http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=11710

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รูปนาฬิกาแดดแปลกดีค่ะ เพิ่งเคยเห็น
อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงวัยประถมของตัวเองจัง
#1  by  eeddy(อี๊ด) At 2007-12-22 18:06, 
อ่านแล้วดีจัง
#2  by  ใบม่อน (125.25.17.255) At 2007-12-22 18:22, 
เขียนใด้..อื่มอ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ..เป็นความคิดที่อ่านแล้วสวยงาม..เนอะอีกไม่กี่วันก็หมดปี..แก่ลงเอ้ยไม่ช่ายคะอายุเพิ่มขึ้น..ก้อขอให้ทุกคนรักษาความสุขของทุกวันใว้ในชีวิตนะค่ะถ้าเรามีความสุขทุกๆอย่างก็ดีหมดค่ะbig smile ป.ล ปลื้มแทนคุณลิงค่ะ
#3  by  ปันนา (125.27.123.123) At 2007-12-22 18:45, 
อ่านแล้วอยากย้อนเวลากลับไปในอดีต
สมัยประถม-มัธยมต้นอีกสักครั้ง
คงจะดีไม่น้อยเลยครับ
#4  by  Ripley At 2007-12-22 19:11, 
ขอบคุณเพื่อนทุกคนครับ ขอบคุณ คุณปันนาด้วยครับ big smile
#5  by  HyPeR MonKeY At 2007-12-22 20:18, 
big smile
#6  by  parmer At 2007-12-22 23:42, 
confused smile
#7  by  HyPeR MonKeY At 2007-12-23 13:09, 
เจ้าของหนังสืออ่านแล้วปลื้มน่าดูเนอะ ^^
ฮร้า เพื่อนสมัยเด็ก...ไม่เหลือแล้วอ่ะ T_T
ไม่ได้ติดต่อใครเลย ทั้งๆที่แค่ 5 ปีเองนะเนี่ย
น่าเศร้านะเนี่ย
#8  by  rasia ปลาทองนอกอ่าง At 2007-12-23 20:42, 
big smile open-mounthed smile confused smile
#9  by  HyPeR MonKeY At 2007-12-25 11:04, 
โตแล้วเราก็อยากได้มากกว่าอยากให้กันมั้งครับ

เลยลืมอะไรดีๆจากการให้ไปเลยอ่ะนะ sad smile
#10  by  นายบวก At 2007-12-26 00:00, 

<< Home


HyPeR MonKeY
View full profile