2007/Jul/01

ดินสอไม้แท่งเก่า

จากหนูในห้องครัว ถึงดินสอไม้แท่งเก่า

สืบเนื่องมาจากหนูในห้องครัว สามวันก่อนได้ยินเสียงก๊อกแก๊กปึงปังดังมาจากในห้องครัว พอเปิดประตูเข้าไปดูก็พบขวดน้ำยาบนอ่างล้างจานล้มกลิ้งอยู่ พอดีสายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านมุมมืดตรงพื้นห้อง เห็นหางแหลมไวไว รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นหนู เอาละสิ..แอบเข้ามาได้ยังไงกัน ประตูหน้าต่างก็ปิดมิดชิด สงสัยแอบเข้ามาเมื่อวานตอนที่เปิดบานเกล็ดหน้าต่างแง้มไว้ให้ลมถ่ายเท น่าเบื่อจริง

หนูเป็นสัตว์น่ารำคาญมาก ไม่ต่างอะไรจากแมลงสาบ แต่ดูเหมือนหนูจะสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์มากกว่าแมลงสาบหลายเท่า เพราะมันแทะ แทะ แล้วก็แทะ ขนาดถังขยะพลาสติกใบโตที่มีฝาปิดมิดชิดป้องกันไม่ให้แมลงสาบและหมาจรจัดมาคุ้ยเขี่ยได้ แต่หนูก็ยังแทะ แทะจนเป็นรูโตพอให้ญาติสนิทมิตรสหาย และโคตรเหง้าเหล่ากอบรรพบุรุษหนูใช้เป็นช่องทางเข้าออกระหว่างถังขยะกับโลกภายนอกได้อีกหลายชั่วอายุ หนู

วันนั้นเลยแก้ปัญหาด้วยการเปิดหน้าต่างไว้ เรียกว่าเข้ามาทางไหนก็อยากให้มันออกไปทางนั้น หลายคนอาจงงว่า หนูปีนหน้าต่างได้อย่างไร หากผนังราบเรียบไม่มีอะไรพิงอยู่เลยหนูก็ไม่น่าจะปีนได้หรอกครับ แต่ถ้ามีสิ่งของวางพิงหรือตั้งอยู่ชิดผนังภายนอกหน้าต่าง และความสูงของสิ่งที่วางอยู่นั้นต่ำจากขอบหน้าต่างไม่เกินหนึ่งฟุต เคยพบว่าหนูมันขึ้นไปยืนบนสิ่งของนั้น แล้วกระโดดขึ้นไปบนขอบหน้าต่างได้ เลวจริงจริง (ขอโทษครับ มันอดไม่ไหว)

แต่หน้าต่างบานเกล็ดที่ผมพูดถึงนี้ไม่มีสิ่งของวางพิงอยู่ด้านนอกพอให้หนูปีนขึ้นมาเล่นกายกรรมกระโดดสูงได้หรอกครับ แต่ขอโทษที..มันเลวร้ายกว่านั้นอีกครับ คือมีท่อน้ำพลาสติกพีวีซีที่ช่างประปาเดินไว้ชิดกับผนังนอกหน้าต่าง ไล่จากพื้นขึ้นมาจนเกือบถึงขอบหน้าต่างเลยทีเดียว นั่นคือท่อน้ำอ่างล้างจานนั่นเอง จะเอาออกก็ไม่ได้ จะไม่เปิดหน้าต่างเลยก็ไม่ได้อีก ก็เลยกลายเป็นเส้นทางถาวรของหนู เลวเลว หลายตัว ที่เผลอเป็นไม่ได้ชอบพากันแอบปีนเข้ามาในครัว น่าหงุดหงิดจริงเชียว เคยแก้ไขด้วยการปิดตายหน้าต่างบานเกล็ดนี้มานานสองสาน จนนึกว่ามันลืมเส้นทางนี้ไปแล้ว วันหนึ่งเปิดใช้อีกครั้ง (แค่อยากให้อากาศถ่ายเท) แล้วดันเผลอลืมปิดชั่วไม่กี่อึดใจ พอนึกได้มันก็สายไปเสียแล้ว หนูวัยรุ่นตัวย่อมก็แอบย่องเข้ามาอาศัยอยู่ในครัวเป็นที่เรียบร้อย ฮึ่ม..

เมื่อวานเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ครู่หนึ่ง แล้วก็เอายาฉีดแมลงคลานมาฉีดตามมุมห้อง ไม่ใช่ว่าเกิดอาการเอ๋อ จนคิดว่าหนูเป็นแมลงคลานชนิดหนึ่งนะครับ แค่นึกอะไรออกก็ทำไปก่อนเลย ได้ผลหรือไม่อย่างไรค่อยว่ากันทีหลัง แล้วก็แอบจินตนาการเพี้ยนๆ ว่าหนูคงวิ่งอุดจมูกเอามือข้างหนึ่งปิดจมูก อีกข้างหนึ่งเกาะก่ายขอบหน้าต่างปีนกลับออกไปด้านนอก เฮ้อ.. ตอนนี้อาการเริ่มหนักแล้ว รู้ตัว

รอสักพักก็เดินกลับมาดูผลงานของตัวเอง โดยใช้วิธียืนนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว เพื่อสังเกตดูว่ายังมีหนูวิ่งอยู่ในห้องครัวหรือเปล่า

เงียบ...

ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ ทีนี้ลองปิดไฟมืดหมดแล้วนั่งยองไม่กระดุกกระดิกอยู่หลายนาที เรียกว่าเงียบจนแทบจะไม่หายใจกันเลยทีเดียว สายตาก็จับจ้องมองฝ่าความมืด พยายามเงี่ยหูฟังว่ามีความเคลื่อนไหวในครัวหรือไม่ รู้สึกเหมือนเคยได้ยินคนเรียกพฤติกรรมการซุ่มดูแบบนี้ว่า ซุ่มโป่ง แต่จำไม่ได้ว่าได้ยินมาจากไหน อาจเป็นตอนที่เรียน รด. (รักษาดินแดน) ก็ได้ แล้วผลที่ได้ก็คือ

เงียบอีก...

ปฏิบัติการแก๊สพิษเมื่อสักครู่คงใช้ได้ผล ฮา.. หัวเราะด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ผลสุดท้ายเราก็เอาชนะมันได้อย่างขาวสะอาด ว่าแล้วก็ปิดหน้าต่างบานเกล็ดตามเดิม แล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติมาอีกหนึ่งวัน เมื่อวานนี้ไปยกกระสอบอาหารสุนัขที่พิงอยู่ที่ผนังในห้องครัวดู เห็นมีร่องรอยการพยายามเจาะของหนู รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า เจ้าหนูตัวเมื่อวานนี้มันมีเวลาอยู่ในห้องครัวนานเท่าไหร่กัน มันถึงมีเวลาแทะกระสอบอาหารสุนัขแบบนี้ แต่มันยังเจาะไม่ถึงอาหาร แค่แทะเปิดเป็นช่องกลมๆ จากชั้นนอกสุดของกระสอบ แต่ก็ไปติดอยู่ที่ถุงพลาสติกใสชั้นใน ยังโชคดีที่ถุงมีสองชั้น จะว่าไปถ้ามันจะเจาะถุงพลาสติกด้านในจริงๆ ก็คงทำได้ไม่ยาก แต่มันคงไม่มีเวลาทำมากกว่า เพราะผมใช้ยาฉีดแมลงคลานฉีดไล่จนมันหนีออกไปด้านนอกก่อน

เมื่อคืนนี้นั่งทำงานอยู่จนดึกก็ได้ยินเสียง แกรก...แกรก... อีกแล้ว สงสัยจะหูแว่วไป หนูคงอยู่นอกบ้านแล้วไปปีนป่ายอะไรเข้า เราก็เลยได้ยินเสียงจากข้างนอก ไม่มีอะไรหรอก (ก็ปลอบใจตัวเองไป)

เช้าวันนี้เปิดประตูห้องครัวมา เย้ยยยย... ถุงกระสอบอาหารสุนัขขาดเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม มีเศษกระสอบที่ถูกแทะเป็นขุยกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นบริเวณนั้นด้วย ทีนี้กระสอบขาดหลายจุดเลย มีอยู่จุดหนึ่งถุงพลาสติกด้านในถูกแทะออกจนเปิดเป็นช่อง มีอาหารเม็ดสำเร็จรูปหลายเม็ดหล่นอยู่บริเวณนั้น แล้วก็มีหล่นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปตามมุมต่างๆ ของห้องครัว ตายละหว่า หนูยังอยู่ ยุทธการปราบหนูด้วยแก๊สพิษวันก่อนใช้ไม่ได้ผล (หน้าแตกละสิเรา) อึ๋ย...นี่หนูมันอาศัยอยู่ในห้องครัวเรามาสามวันแล้วหรือนี่ ดีที่ไม่มีอาหารอะไรเก็บไว้ในห้องนั้น มีแค่อาหารสำเร็จรูปขอเจ้าตัวแสบเท่านั้น

ตอนนี้เลยต้องมาเริ่มคิดหายุทธวิธีใหม่ ก่อนอื่นก็ต้องย้ายอาหารกระสอบออกมาจากห้องครัวก่อน แล้วก็เอาลูกเหม็นไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ในห้องครัว ยุทธวิธีลูกเหม็นนี้ใช้ได้ผลมาแล้วกับฝากระโปรงหน้ารถยนต์ โดยคำแนะนำของเด็กช่างยนต์ที่อู่ซ่อมรถคนหนึ่ง บังเอิญวันนั้นเขามาดูระบบไฟฟ้าในห้องเครื่องยนต์ให้ แล้วเห็นร่องรอยหนูแทะฉนวนกันความร้อนตามท่อในห้องเครื่องยนต์ เขาแนะนำให้หาลูกเหม็นชนิดเดียวกับที่ใช้ไล่แมลงสาบมาวางไว้ตามจุดต่างๆ ในห้องเครื่อง แล้วหนูจะไม่มาอาศัยหรือมาแทะอุปกรณ์ในห้องเครื่องของเรา ใช้ได้ดีกับกรณีของรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือต้องจอดทิ้งไว้นานหลายวัน

ไม่น่าเชื่อ หลังจากเคยหาวิธีไล่หนูในห้องเครื่องยนต์ของรถที่จอดนิ่งนานมาหลายวิธี เพิ่งมียุทธวิธีลูกเหม็นนี่แหละที่ใช้ได้ดีกับหนูจริงๆ ด้วย หนูยังคงมาเยี่ยมเยียนห้องเครื่องยนต์เป็นปกติของมัน อย่างกับว่าเป็นที่เดินเล่นของมันอย่างนั้น มันทิ้งรอยเท้าไว้เต็มไปหมด แต่สิ่งที่มันไม่ได้ทิ้งไว้คือรอยแทะและมูลของมัน (เมื่อก่อนมันทิ้งไว้ทั้งสองอย่างเลย มันดับเบิ้ลพ้อยท์ให้โดยไม่ต้องสมัครบัตรเครดิตเลย) เท่ากับว่าลูกเหม็นไล่หนูได้จริงๆ แต่มีวิธีการยุ่งยากอยู่นิดหน่อยก็ตรงที่ต้องคอยเอาลูกเหม็นกำเล็กๆ ใส่ไว้ในถุงพลาสติกพับปากถุงให้เตี้ยๆ เข้าไว้ ทำไว้สักสามสี่ถุงแล้วนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ในห้องเครื่องยนต์ (จุดที่ไม่ร้อนจนทำให้ถุงพลาสติกละลาย) เวลาจอดรถนานหลายวัน ไม่ได้ขับไปไหน ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะเคยเอาลูกเหม็นวางไว้เฉยๆ แล้วขับรถไปข้างนอก พอจอดรถตรงไหนกลิ่นลูกเหม็นคละคลุ้งออกมานอกตัวรถไกลเป็นเมตรเลย ก็เลยต้องยอมยุ่งยากนิดหน่อย คือเอาลูกเหม็นใส่ในถุงพลาสติกวางไว้หลายจุดตอนจอดรถนานหลายวัน พอจะใช้รถก็แค่หยิบถุงพลาสติกออกเท่านั้นเอง

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่ต้องวุ่นวายใจกับปัญหาหนูกัดแทะและถ่ายมูลให้ห้องเครื่องยนต์อีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้มันทิ้งไว้แต่รอยเท้าและความทรงจำ (ฟังดูคล้ายๆ คำขวัญที่เขารณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะเวลาไปเที่ยวทะเลยังไงไม่รู้)

จากความสำเร็จในครั้งนั้น ก็เลยนำมาประยุกต์เป็นยุทธการไล่หนูในห้องครัวด้วย จะประสบความสำเร็จแค่ไหนยังไม่รู้ เพราะห้องครัวมีขนาดใหญ่กว่าห้องเครื่องหลายเท่า เลยต้องขอลองดูก่อน พอวางลูกเหม็นจนทั่วแล้ว ก็ไปค้นหาได้กรงดักหนูเก่าใกล้พังมา 1 อัน ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ดีหรือเปล่านะ เอาเศษไข่เจียวกับหัวปลาทูมาเสียบไว้เป็นเหยื่อล่อ ถ้าหนูมาคาบเศษอาหารที่อยู่ภายในกรง ถ้ากลไกยังใช้ได้ดีมันก็น่าจะปิดฝาลงมาขังหนูไว้ในนั้น คิดด้วยความแค้นว่าจะจับหนูมาพ่นเป็นลายทางสีแดงสลับขาวทั้งตัว (แบบตัวการ์ตูนคนคุกของฝรั่ง) แล้วค่อยเอามันไปปล่อยบนเกาะรกร้างที่เต็มไปด้วยแมวหิวโซ ฮึ่ม..แค้นจัด

ตอนนี้ก็เลยได้แต่ รอ รอ รอ เพื่อให้หนูมาติดกับดัก ถ้ามันโง่พอ และถ้ากับดักทำงานนะ ตอนนี้กลัวอย่างเดียว ประตูมุ้งลวด เคยโดนหนูจู่โจมเจาะหน้าต่างมุ้งลวดขาดเป็นช่องโหว่แล้วมันก็มุดเข้ามาในบ้านเป็นที่น่าหงุดหงิดยิ่งนัก แต่คิดว่าตราบใดที่มีคนอยู่ เดินไปเดินมาแบบนี้มันคงไม่เจาะต่อหน้าต่อตาเราหรอกนะ แต่ช่วงนี้มีพายุฝนอยู่เรื่อย ชอบพัดประตูมุ้งลวดที่กั้นระหว่างในบ้านกับห้องครัวเปิดออก มีหวังหนูวิ่งเข้ามาในบ้านได้ ทีนี้คงปวดหัวกว่าเก่า ว่าแล้วก็ไปรื้อห้องเก็บของ หาตัวล็อคพลาสติกสำหรับปิดล็อคไม่ให้ประตูมุ้งลวดเปิดเองมาติดดีกว่า ของเก่าใกล้พังแล้ว เปลี่ยนเป็นของใหม่คงมั่นใจได้มากกว่า

ค้นไปค้นมาก็ไปเจอเอาดินสอสำหรับวาดภาพที่เคยใช้ตอนสมัยเรียน มันผุพังเสียจนดูไม่ได้ ตั้งแต่เรียนศิลปะ แล้วก็ทำงานด้านโฆษณามาตลอดหลายปี ยังไม่เคยเห็นดินสอ EE ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวาดภาพของพวกเราผุพังได้ขนาดนี้เลย มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ความสนใจเรื่องหนูเกือบหายไปจนหมดสิ้นเพราะความแปลกใจกับดินสอวาดภาพที่ผุพังได้ขนาดนี้ เปลือกสีน้ำเงินที่ลอกล่อนจนเห็นแก่นไม้ด้านในแตกออก มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมคลุกคลีอยู่กับดินสอไม้แบบนี้มาตลอด แต่กลับไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

หยิบขึ้นดูอย่างพินิจพิเคราะห์ พลิกไปมาอยู่หลายรอบ ไม่อยากเชื่อเลยว่ากาลเวลาทำให้ดินสอไม้ที่แสนจะทนทาน ทนมือทนเท้าพวกเราหนักหนา กลายเป็นแบบนี้ได้ ผมวางมันไว้บนฝ่ามือแล้วก็พยายามใช้ความคิดว่าเพราะเหตุใดชีวิตนักเรียนศิลปะ กับนักโฆษณาที่คลุกคลีอยู่กับงานศิลปะแบบผมจึงไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองแม้เพียงสักครั้ง ดินสอ EE หรือดินสอ 2B ที่พวกเราคุ้นเคยไม่เคยมีสภาพเป็นแบบนี้ ผมลองโทรถามเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน และยังคงทำงานในวงการโฆษณาอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่มีใครแม้เพียงสักคนเคยพบเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้

แล้วเพราะอะไรละ ?

ตอนนี้ผมเกือบลืมเรื่องหนูในห้องครัวไปจนหมดสิ้น ความสนใจทั้งหมดของผมอยู่ที่ดินสอไม้แท่งเก่าบนฝ่ามือของตัวเอง ผมนั่งจ้องมองมันเหมือนคนบ้า มันต้องมีอะไรสักอย่าง อะไรสักอย่างที่จะบอกหรือย้ำเตือนให้เราได้คิด และใคร่ครวญถึงบางสิ่ง อ้อ.. ใช่สิ เหตุที่ผมไม่เคยเห็นดินสอวาดภาพแท่งไหนมีสภาพเป็นอย่างนี้ก็เป็นเพราะ ไม่เคยมีดินสอวาดภาพแท่งไหนเก่าหมดอายุไปโดยไม่ได้ใช้งาน ผมใช้ทุกแท่ง เหลาแล้วเหลาอีก วาดภาพไม่รู้กี่ภาพจนดินสอหดสั้นลงเรื่อยๆ จนต้องซื้อปลอกโลหะมาต่อกับแท่งดินสอเพื่อให้ยังจับดินสอได้ถนัดมือ และใช้มันได้จนเกือบหมดแท่งทั้งที่มันยังคงความใหม่อยู่อย่างนั้น !

นี่ผมละทิ้งวิชาชีพของตัวเอง และจิตวิญญาณของความเป็นศิลปินไปจนเกือบหมดสิ้นหรืออย่างไร จึงปล่อยให้ดินสอคู่ใจนอนเดียวดายอยู่ในห้องเก็บของเก่ารกร้างจนมันผุพังยับเยินได้ขนาดนี้ คงไม่ใช่อย่างนั้น ผมยังคงทำงานศิลปะอยู่ ผมยังมีอารมณ์ศิลปินอยู่ทุกลมหายใจ ยังมองโลกแบบที่ศิลปินมอง อย่างสองสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ วันที่เพื่อนจากบริษัทโฆษณาที่เคยทำงานด้วยกันนัดสังสรรค์กันตอนค่ำ เพื่อพบปะพูดคุยและทานมื้อเย็นด้วยกัน ในวันนั้นผมและเพื่อนบางคนได้นัดเจอกันก่อนล่วงหน้าตั้งแต่ตอนกลางวัน เนื่องจากเพื่อนต้องการไปหาข้อมูลอะไรบางอย่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เราจึงนัดเจอกันที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยฯ วันนั้นผมไม่ได้อยากอ่านหนังสือ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน อาจเป็นเพราะสถานที่ ความขลังของบรรยากาศแบบศิลปะที่คุ้นเคย ถึงไม่ใช่สถาบันที่ผมร่ำเรียนมา แต่เชื่อว่าเราพูดคุยภาษาเดียวกันได้ ภาษาศิลปะ

ผมไปค้นหาหนังสือที่มีรูปภาพมาได้สองสามเล่ม ผมอยากวาดรูปมาก ผมชอบกล้วยหอม และอยากวาดรูปกล้วยหอมที่มีอยู่ในหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ผมไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยที่สามารถใช้ในการวาดภาพได้ ไม่มีดินสอ ไม่มีกระดาษ ผมนึกขึ้นได้ว่าผมมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า พ็อคเก็ตพีซี เจ้าเครื่องนี้มีโปรแกรมสำหรับวาดภาพด้วยดินสอสีด้วย มันมีหน้าจอเล็กกว่าฝ่ามือ แต่มันเป็นเครื่องมือชิ้นเดียวของผมในยามนั้นที่ใช้วาดภาพได้ ผมต้องการรู้ว่าจิตวิญญาณของศิลปินยังอยู่ในตัวผมหรือไม่ ผมค่อยๆ วาดภาพกล้วยหอมหวีนั้น ที่ผมเห็นในหนังสือ ด้วยเครื่องพ็อคเก็ตพีซีที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือ ผมวาดมันด้วยความยากลำบาก แต่กลับรู้สึกมีความสุข

แล้วที่สุดกล้วยหอมที่ผมชื่นชอบก็มาอยู่บนฝ่ามือของผม ในเครื่องพ็อคเก็ตพีซี พี่สาวคนหนึ่งที่ไปด้วยชะโงกหน้ามาดูสิ่งที่ผมวาดในห้องสมุดพร้อมกับพูดว่า ยอดเยี่ยมเลย ยังแม่นเหมือนเดิมเลยนะ ทั้งที่ไม่ได้วาดมานานแล้ว ผมดีได้ที่ได้ยินอย่างนั้น รู้สึกตอนนี้เองว่าจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของคนเรามันไม่ได้สูญหายกันไปได้ง่ายๆ

จากวันนั้นเป็นต้นมา คิดอยู่ตลอดเวลาว่า อยากจะหวนกลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบอีกครั้ง ทำควบคู่ไปกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำอยู่ปัจจุบันนี่ละ วาดรูป เขียนภาพประกอบหนังสือของตัวเอง ไม่อยากคิดเลยว่ามันจะดีแค่ไหน มันต้องดีมากแน่ๆ เลย ผมเริ่มที่จะค้นหาอุปกรณ์เก่าๆ ที่ตัวเองเคยมี ได้ดินสอวาดภาพมาส่วนหนึ่ง ได้สีกับพู่กันที่ตัวเองเคยใช้เมื่อก่อนนี้ แล้วก็สมุดสำหรับวาดภาพอีกหนึ่งเล่ม ผมเริ่มวาด วาด แล้วก็วาดทุกครั้งที่มีโอกาส แล้วอย่างนี้จิตวิญญาณของศิลปินมันจะหายไปได้อย่างไร ผมดีใจที่ความรู้สึกนี้ยังอยู่กับผมเสมอ ไม่ใช่ตลอดเวลา แต่ผมเชื่อว่าทุกลมหายใจ
ยิ่งวันนี้มาค้นพบดินสอไม้แท่งเก่าของตัวเองด้วยแล้วยิ่งทำให้รู้สึกนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ที่ยังไม่เคยลืมเลือน ผมเอาดินสอไม้ที่เพิ่งค้นเจอมา ค่อยใส่ลงในกล่องดินสอ เก็บมันไว้อย่างดี วันหนึ่งมันจะมีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตภาพประกอบหนังสือที่สวยที่สุดที่ผมเคยทำมา ในหนังสือเล่มใหม่ที่ผมภูมิใจที่สุด
สิขเรศ (HyPeR MonKeY)
1 กรกฏาคม 2550
22.47 น.


มุมที่ลืมมอง
โดย: สิขเรศ เอี่ยมประชา
สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์
ประเภท:
สาระบันเทิง/ปกิณกคดี


***** หมายเหตุ: ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ กรุณาอย่าคัดลอกเรื่องราวนี้ ไปทำการเผยแพร่ในสื่ออินเทอร์เน็ต อีเมล์ อีบุ๊ค หรือสื่อสิ่งพิมพ์ใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
หนูในห้องครัว น่ากลัวมากๆ ยิ่งตอนดึกๆมากันเป็นฝูงๆแล้ว เสียงดังอย่าบอกใครเชียว
#1  by  GTR~Recky At 2007-07-01 23:17, 
หืม.. โดนเหมือนกันหรือครับ เนอะ ไม่ชอบเลยครับผม
#2  by  HyPeR MonKeY At 2007-07-01 23:19, 
อ่านแล้วทำให้คิดได้ว่าในความโชคร้ายมันก็ยังมีโชคดีซ่อนอยู่
ถ้าไม่มีเรื่องหนูมากวนใจให้อารมณ์เสีย ก็คงไม่เจอดินสอที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้อีกครั้ง
#3  by  eeddy(อี๊ด) At 2007-07-02 12:11, 
แล้วทำไมไม่ใช้กาวดักหนูล่ะขอรับ ง่ายกว่ากันตั้งเยอะ= ="
แต่ก็ต้องขอบใจหนูมันด้วยนะขอรับที่ทำให้หาดินสอเจอ
คาดว่า.....สีลอกละกระมังขอรับ
#4  by  saya chan At 2007-07-02 17:39, 
hahaha... คุณ eeddy เข้าใจ Concept ได้ดีจริงๆ เลยนะครับ จริงด้วย มองโลกในแง่ดีในครับ

กาวดักหนูไม่มี พอดีช่วงที่หนูเข้ามา ไม่ได้ออกไปหาอุปกรณ์อะไรมากำจัดมันอะครับ แล้วก็ นะ หงุดหงิดยังไงก็ยังไม่อยากฆ่ามัน เฮ้อ..
#5  by  HyPeR MonKeY At 2007-07-03 00:56, 

<< Home


HyPeR MonKeY
View full profile