2005/Oct/30

คนบ้า (กินต้นไม้)

ช่วงเวลาหนึ่งบนท้องถนน ฝนตกหนัก กระจกรถเริ่มฝ้ามัว รถบรรทุกคันใหญ่วิ่งอย่างเชื่องช้าอยู่ข้างหน้า เห็นเป็นเงาทะมึนสูงใหญ่ มองเห็นเพียงไฟเบรคสีแดงสองดวงสว่างอยู่ด้านท้ายรถ น้ำจากฟ้าไหลบ่าบนกระจกหน้าราวกับว่าจะสร้างลำธารสายใหม่บนพื้นถนนเบื้องล่าง ที่ปัดน้ำฝนถูกปรับให้แรงที่สุดเพื่อรีดหยดฝนที่ตกใส่กระจกหน้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา ข้างทางไม่มีอะไรน่าดู รถข้างหลังหลายคันวิ่งปาดแซงไปทางขวามือ ราวกับจะรีบไปให้พ้นห่าฝน ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำถูกล้อรถบดเบียดรีดน้ำสาดกระเซ็นเป็นทางยาว

ก้านปัดน้ำฝนตวัดขึ้นลงอย่างรวดเร็ว จนเห็นเป็นเงาลางๆ มีอะไรบางอย่างอยู่บนรถบรรทุกคันหน้า รถวิ่งไปได้อีกสักพัก เมื่อไฟทางสาดส่อง เห็นเป็นสิ่งมีชีวิตสีชมพูนอนระเกะระกะทาบทับกันไปมาอยู่บนรถบรรทุกที่ทำเป็นสองชั้น จำได้ว่าในห้างสรรพสินค้าแผนกตุ๊กตา หรือของเด็กเล่น มักมีตุ๊กตาตัวกลมๆ จมูกแบน มีรูจมูกสองรูกลมๆ ตัวสีชมพูน่ารัก ที่วัยรุ่นชอบซื้อหาให้กัน หน้าตาเหมือนเจ้าตัวกลมๆ ที่นอนก่ายกันไปมาอยู่บนรถบรรทุกเบื้องหน้า

แว่บหนึ่งที่แสงไฟสาดส่องกระทบสิ่งมีชีวิตกลมๆ สีชมพูเหล่านั้น หลายตัวหันมามอง ผมเห็นแววตาของมัน ที่หันมาจ้องเหมือนอยากจะขอให้ผมช่วยอธิบายให้มันฟังว่าพวกเขา (คนขับรถบรรทุก) จะพาพวกมันไปไหน? คงไม่มีคำตอบใดๆ มีแต่เพียงความรู้สึกบางอย่าง ก้องกังวานอยู่ลึกๆ ข้างในใจ สัญญาณไฟเลี้ยวขวาถูกเปิดขึ้นเพื่อหลีกหนีภาพเบื้องหน้า รู้สึกถึงคำที่ว่า หลีกหนี จากความเป็นจริง เหมือนที่เคยได้ยินใครเขาพูดกันก็คราวนี้

สองมือซ้ายขวาสาวพวงมาลัยเพื่อไปให้พ้นทาง ภาพช้าๆ เหมือนหนังสโลวโมชั่น เจ้าตัวกลมสีชมพูบางตัวหันมองตามมา อีกครั้งที่เห็นแววตาของมัน ดวงตากลมๆ นั้นเหมือนว่ามันร้องขอให้ช่วย โอ.. พระเจ้า อยากจะจอดรถข้างหน้า แล้วก็บอกคนขับว่าผมอยากจะขอซื้อพวกเขาทั้งหมด ด้วยเงินที่มี แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเราก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น และก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับพวกเขาด้วย

ผมเหยียบคันเร่งแรงขึ้น รถวิ่งฝ่าสายฝนเหมือนรถคันอื่นๆ ที่เพิ่งผ่านไป สมองครุ่นคิดถึงภาพเมื่อสักครู่ สิ่งมีชีวิตสีชมพูบนรถบรรทุก กับช่วงวินาทีที่แสนจะยาวนานกับการจ้องตากัน เพื่อสื่อความหมายบางอย่าง มันพูดไม่ได้ แต่มันบอกอะไรบางอย่างกับใจเรา

กลับถึงบ้านแล้ว กับเนื้อตัวที่แห้งสนิทไม่เปียกฝนเลยแม้แต่เล็กน้อย แต่หัวใจสิกลับเปียกปอนและสั่นเทา ราวกับว่าตัวเราเองเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา ตอนนี้คิดแต่ว่า เราจะเช็ดใจอย่างไรให้มันแห้งดี

นึกอะไรไม่ออก ก็เลยยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อน เล่าเรื่องของสิ่งมีชีวิตสีชมพูที่เจอะเจอมา พร้อมกับถามว่า เป็นไปได้ไหม ที่เราจะไม่กินสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น คำตอบที่ได้คือ เป็นไปได้ แต่ค่อนข้างยาก เนื่องจากเราจะขาดสารอาหารเสียก่อน มันคงหาสิ่งอื่นมากินแทนเนื้อสัตว์ได้ยาก แต่ถ้าจะลองทำดูก็ได้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความพยายามที่กินอาหารที่ทำจากพืชผักเริ่มมากขึ้น ผมพยายามที่จะทดแทนมื้ออาหารปกติ ด้วยอาหารมังสวิรัติในบางมื้อ อย่างน้อยๆ ถ้าเราทำไม่ได้ทุกมื้อ แต่การทำแบบนี้ในบางมื้อ ก็อาจจะช่วยอะไรได้บ้าง เหมือนผ้าผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหัวใจที่เปียกปอนให้มันแห้งลงได้บ้าง ถึงจะยังไม่แห้งสนิททีเดียว แต่อย่างน้อยๆ มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันเปียกปอนอยู่อย่างนี้

ผมไปด้อมๆ มองๆ ตรงร้านขายผัก แล้วก็ซื้อยอดผักคะน้าเขามาสองถุง เดินเข้าซุปเปอร์มาเก็ตไปซื้อ ซอสเห็ดหอม เพื่อมาใช้แทนซอสหอยนางรม (เขาเขียนไว้ข้างขวดว่าใช้แทนซอสหอยนางรม) อันนี้เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ซอสหอยนางรม เป็นอาหารเจ กินได้ แต่บางคนก็บอกว่าหอยนางรมก็เป็นอีกหนึ่งชีวิต ไม่ควรเบียดเบียน

แต่ผมไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นอาหารเจหรือไม่ เพราะผมไม่ได้คิดเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาหรืออะไรทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ เลย เป็นสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความเชื่อใดๆ เรียกว่าทำเพราะใจอยากทำ อีกอย่างผมคิดว่าหอยมันก็มีชีวิตเหมือนกัน เราแค่ไม่อยากมีส่วนในการทำร้ายสิ่งมีชีวิตใดๆ ถ้าวันหนึ่งเราทำได้บ้างแม้เพียงสักมื้อ แม้จะไม่ทุกวัน แต่พอรวมเป็นปีอาจมีเป็นร้อยมื้อที่เราไม่ได้มีส่วนในการทำร้ายสิ่งมีชีวิต

ไฟที่เตาแก๊สถูกจุด หลังเสียงน้ำมันถั่วเหลืองเริงระบำในกระทะ ยอดผักคะน้า ซอสเห็ดหอม กับน้ำตาลอีกนิดหน่อย ก็จับมือกันเต้นรำอย่างสนุกสนาน ประหนึ่งเสียงดนตรีอึกทึกจากงานรื่นเริงดังกึกก้องอยู่ในใจ.. หัวใจที่เปียกปอนก็เริ่มแห้ง ความสดชื่นเบิกบานเข้ามาแทนที่ และถึงผมจะไม่ได้ส่องดูกระจกผมก็รู้ดีว่ามีรอยยิ้มแปดเปื้อนอยู่บนใบหน้าของตัวเอง ผมภูมิใจที่สุดกับวันนี้ ไม่ใช่กับอาหารที่เพิ่งทำเสร็จด้วยตัวเอง แต่ภูมิใจกับคำว่า คนบ้า (กินต้นไม้) เป็นอีกครั้งที่ผมยอมเป็นคนบ้าในสายตาใครก็แล้วแต่ ถ้ามันจะทำให้หัวใจเราอยู่สูงขึ้นมาจากเดิมอีกสักนิด.. ก็ยังดี

สิขเรศ(HyPeR MonKeY)
20 กรกฎาคม 2548
21.50 น.

 


 

 

 

มุมที่ลืมมอง
โดย: สิขเรศ เอี่ยมประชา
สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์
ประเภท:
สาระบันเทิง/ปกิณกคดี

 

 


***** หมายเหตุ: ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอกเรื่องราวในบล็อคแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปทำการเผยแพร่ในสื่ออินเทอร์เน็ต อีเมล์ อีบุ๊ค หรือสื่อสิ่งพิมพ์ใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โห...ผัดซะน่ากินเลย น้ำลายไหล...
#1  by  KHuAn (203.151.140.117 /203.113.51.68) At 2005-11-02 11:37, 
ไม่เห็นจะบ้าเลย ถ้าทำได้ตลอดเป็นเรื่องดี และตอนนี้ยังไม่กินเจ้าตัวสีชมพูอยู่หรือเปล่าค่ะ ตัวนู๋เคยกินเจ ได้แค่ 7 วัน และหยุด เพราะปวดหัวมากๆ ขนาดว่ากินนมถั่วเหลืองวันละ 3 กล่องและน๊า อิอิ
#2  by  ดอกบัวตอง (124.121.19.75) At 2006-05-31 17:53, 
ทำได้ไม่ทุกมื้อหรอกครับ แต่ก็พยายามทำเท่าที่มีโอกาสอำนวยนะครับผม
#3  by  HyPeR MonKeY At 2006-08-03 22:18, 
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆครับ
ผมเองเวลาเจอก็สงสารพวกมัน แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เวลาเจอช้างเร่ร่อน ผมก็อดสงสารไม่ได้ ถึงรู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ซื้ออาหารให้ทุกทีเลยครับ
#4  by  noom (202.57.148.201) At 2006-08-03 22:56, 
ทำเท่าที่ทำได้
เอาพอดี พอดี

ถ้ากินผักตลอด ร่างกายจิตใจยังสบาย
ก็กินต่อไปเรื่อยๆ

ถ้าวันไหนรู้สึกร่างกายต้องการจริงๆ
ก็กินสิ่งที่เขาทำไว้แล้ว

ถึงเราไม่ซื้อ เขาก็ถูกฆ่ามาแล้ว
ให้คิดอย่างนี้ ก็จะไม่ทุกข์ครับ

แต่ถ้ากลับไปคิดว่า
เขาฆ่าเพราะมีคนซื้อ
มันก็จะกิน อย่างมีทุกข์
อยู่ก็จะอยู่ อย่างมีทุกข์

คนเรา ทุกข์ ก็เพราะ คิดแหละครับ
#5  by  ผ่านมา (203.170.228.172) At 2006-08-07 17:10, 
ขอบคุณ คุณผ่านมาครับ ขอบคุณที่มาให้ความเห็นครับ อย่างไรก็ดี ผมตั้งใจไว้เช่นกัน ว่าจะทำเท่าที่ทำได้ครับ คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเลยครับผม
#6  by  HyPeR MonKeY At 2006-08-07 17:36, 
หนูอายุ 14 นะคะ หนูเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้ จบวันนี้เองคะ โดยเอามาจากพี่ชาย พอดีพี่ชายเค้าชอบซื้อหนังสือมาอ่าน ที่แรกเห็นน่าปกก็สพดุดตาแล้ว วันนี้อ่านจบแล้วก้อรู้สึกว่า โลกนี้มีคนมองโลกที่แต่งต่างกันออกไป คือว่าที่เข้ามาเนี่ยนะคะ เห็นว่า ในหนังสือ เขียนถึงสมุนไพรไทย ที่ชื่อว่า ใคร่หอม ได้ดีเลยที่เดียว แต่ว่าพอดีว่า วันนี้ เห็นย่าเค้าปวดขาอ่าคะ เลยอยากเข้ามาถามว่าพอจะรู้มั๊ยคะ ว่ามีต้นอะไรที่ใช้รักษาได้บ้าง เห็นน้า มีความรู้เกี่ยวกะต้นไม้เยอะ เลยอยากเข้ามาถามอ่าคะ
#7  by  juizy-flower_@hotmail.com (203.188.48.229) At 2006-09-24 20:58, 
ขอบคุณล่วงหน้า สำหรับคำตอบนะคะ
อยากรู้จริงๆอ่านะคะ อยากลองใช้สมุนไพรไทยดูบ้างอ่าคะ
#8  by  juizy-flower_@hotmail.com (203.188.48.229) At 2006-09-24 21:01, 
ต้องยอมรับนะครับ ว่าผมไม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องของต้นไม้ หรือสมุนไพร จริงๆแล้วมีความรู้เพียงน้อยนิดเรื่องต้นไม้เท่านั้นเอง เพียงแต่มีความชอบอยู่ แต่ความรู้จริงๆยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับหลายๆท่านนะครับ ปัญหาข้อนี้ไม่สามารถตอบได้จริงๆครับ และต้องบอกตามตรงว่าไม่ทราบว่ามีต้นไม้ชนิดใดที่สามารถรักษาอาการปวดขาได้ครับ เป็นว่าคิดว่ามีแต่ผมไม่ทราบนะครับ ถ้าสอบถามใครได้ และรู้จะบอกให้ทราบทีหลังนะครับ
#9  by  HyPeR MonKeY At 2006-09-24 22:40, 
คะ ไม่เป็นไรคะ ขอบคุณมากนะคะ
#10  by  juizy ------* (125.25.22.15) At 2006-09-25 19:31, 
ครับผม ขอบคุณเช่นกันในการติดตามผลงานนะครับ
#11  by  HyPeR MonKeY At 2006-09-26 03:08, 
พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ
http://clubrot.com/cars
#12  by  เที่ยวไทย At 2007-09-08 08:12, 

<< Home


HyPeR MonKeY
View full profile